Text Completion TGAT ENG เติมคำให้ถูก 5 ขั้นตอน + โจทย์ฝึก

ภาพประกอบ Text Completion TGAT — หน้าบทความมีช่องว่างเส้นประ 2 ช่อง และไทล์คำเชื่อม 3 ใบด้านล่าง ใบที่ถูกยกขึ้นมีเครื่องหมายถูก พร้อมโน้ตอ่านบริบทก่อนดูตัวเลือก
พี่หมอนิริน

พี่หมอนิริน

ท็อปอังกฤษ 1% ของประเทศ (เปอร์เซ็นไทล์ 99.8) · เกียรตินิยม ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อัปเดตล่าสุด 26 ก.ย. 2569

สรุปคำตอบสั้น ๆ

Text Completion คือพาร์ตเติมคำในบทความของ TGAT ENG (TGAT1) อยู่ในส่วน Reading Skill มี 15 ข้อ จาก 2 บทความ บทความละ 100–200 คำ พาร์ตนี้ไม่ได้วัดว่ารู้ศัพท์ยากแค่ไหน แต่วัดว่าอ่านความสัมพันธ์ของประโยครอบช่องว่างแตกไหม วิธีที่ได้คะแนนคือ อ่านบริบทก่อนดูตัวเลือก เดาคำที่ควรอยู่ในช่องให้ได้ก่อนเสมอ

ประเด็นสำคัญ

  • Text Completion มี 15 ข้อ จาก 2 บทความ (บทละ 7–8 ข้อ) คิดเป็น 1 ใน 4 ของ TGAT1 ทั้งฉบับ 60 ข้อ
  • ช่องว่างมี 4 ประเภท: คำเชื่อมความ, คำศัพท์ตามบริบท, แกรมม่าในบริบท และคำอ้างอิง — แต่ละแบบต้องอ่านคนละที่
  • ดูว่าตัวเลือก 4 ตัวต่างกันที่อะไร ถ้าต่างที่รูปคำคือช่องแกรมม่า ถ้าต่างที่ความหมายคือช่องคำศัพท์หรือคำเชื่อม
  • เบาะแสของช่องว่างมักอยู่หลังช่อง ไม่ใช่หน้าช่อง จึงต้องอ่านต่ออีก 1 ประโยคเต็มก่อนตอบ
  • ช่องคำเชื่อมตอบจากความสัมพันธ์ของ 2 ประโยค ไม่ใช่จากคำแปลของคำเชื่อมเอง
  • วางเวลาไว้ 6–7 นาทีต่อบทความ (รวม 13–15 นาที) ช่องไหนเกิน 1 นาทีให้กาไว้ก่อนแล้วกลับมาตอนอ่านทวน

🎯 อยากอัปคะแนน TGAT + A-Level ENG ให้ถึง 80–90+? ดูคอร์สอังกฤษ TCAS + ตะลุยโจทย์ 5,990 บาท หรือ ทัก LINE @englishnirin

Text Completion ใน TGAT ENG ออกกี่ข้อ อยู่ส่วนไหนของข้อสอบ

Text Completion อยู่ในส่วน Reading Skill ของ TGAT1 (การสื่อสารภาษาอังกฤษ) มี 15 ข้อ จาก 2 บทความ บทความละ 7–8 ข้อ ตามโครงสร้างข้อสอบทางการที่ประกาศไว้บน mytcas.com ตัวบทความเป็นบทความทั่วไปที่ใช้ในการสื่อสาร ความยาวประมาณ 100–200 คำ แล้วเจาะช่องว่างให้เราเลือกคำเติมจาก 4 ตัวเลือก

แปลว่า Text Completion กินสัดส่วน 1 ใน 4 ของข้อสอบทั้งฉบับ (15 จาก 60 ข้อ) เท่ากับ Reading Comprehension เลย แต่คนส่วนใหญ่ฝึกพาร์ตนี้น้อยกว่า เพราะรู้สึกว่า “ก็แค่เติมคำ” ทั้งที่มันเป็นพาร์ตที่คนเสียคะแนนแบบไม่รู้ตัวมากที่สุดพาร์ตหนึ่ง

ส่วนของ TGAT1 พาร์ตย่อย จำนวนข้อ รูปแบบ
Speaking Skill (30 ข้อ) Question-Response 10 ข้อ เลือกคำตอบที่เข้ากับคำถาม/คำพูด
Short Conversations 10 ข้อ 3 บทสนทนา บทละ 3–4 ข้อ
Long Conversations 10 ข้อ 2 บทสนทนา บทละ 5 ข้อ
Reading Skill (30 ข้อ) Text Completion 15 ข้อ 2 บทความ บทละ 7–8 ข้อ (100–200 คำ)
Reading Comprehension 15 ข้อ 3 บทความ บทละ 5 ข้อ

ถ้ายังไม่เห็นภาพรวมทั้งฉบับ แนะนำอ่าน โครงสร้างข้อสอบ TGAT ENG ทั้งฉบับ ก่อน แล้วค่อยกลับมาลงลึกพาร์ตนี้ ส่วนพาร์ตอ่านจับใจความที่อยู่คู่กัน อ่านต่อได้ที่ เทคนิคอ่าน passage แยกตามประเภทคำถาม

ช่องว่างใน Text Completion วัดอะไรบ้าง (แยก 4 ประเภท)

ช่องว่างแต่ละช่องไม่ได้วัดเรื่องเดียวกัน และนี่คือจุดที่ทำให้หลายคนใช้วิธีเดียวกับทุกช่อง แล้วพลาดแบบไม่รู้สาเหตุ ก่อนจะแตะตัวเลือก ให้แยกก่อนว่าช่องนี้เป็นช่องแบบไหน เพราะแต่ละแบบ “ต้องอ่านคนละที่”

ประเภทช่องว่าง สัญญาณที่บอกว่าเป็นช่องแบบนี้ ต้องอ่านที่ไหนจึงตอบได้
1. คำเชื่อมความ (transition) ช่องอยู่ต้นประโยค มักมีจุลภาคตามหลัง ตัวเลือกเป็นคำอย่าง However / In addition / As a result ประโยคก่อนหน้า + ประโยคที่มีช่อง แล้วถามว่าสองประโยคนี้สัมพันธ์กันแบบไหน
2. คำศัพท์ตามบริบท ตัวเลือกเป็นคำชนิดเดียวกันทั้ง 4 ตัว (คำคุณศัพท์ 4 ตัว, คำนาม 4 ตัว) คำที่อยู่ติดช่องว่าง + ใจความของย่อหน้านั้น
3. แกรมม่าในบริบท ตัวเลือกเป็นคำเดียวกันแต่รูปต่างกัน เช่น drops / has dropped / will drop / had dropped คำบอกเวลาและประธานในประโยคเดียวกัน เช่น since, last year, every day
4. คำอ้างอิง/คำแทน ตัวเลือกเป็น pronoun หรือ determiner เช่น it / they / this / those ย้อนหาคำนามในประโยคก่อนหน้าว่าเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ คนหรือสิ่งของ

ข้อสังเกตสำคัญ: ช่องประเภทที่ 1 และ 4 ตอบไม่ได้เลย ถ้าอ่านแค่ประโยคที่มีช่องว่าง ต้องกวาดตาไปประโยคข้างเคียงด้วย ในขณะที่ช่องประเภทที่ 2 และ 3 ส่วนใหญ่จบได้ในประโยคเดียว การรู้ว่าช่องไหนต้องย้อนอ่าน ช่องไหนไม่ต้อง คือสิ่งที่ทำให้ทำทันเวลา

ส่วนเรื่องแกรมม่าในช่องประเภทที่ 3 ไม่ต้องรู้ทุกเรื่อง เจาะเฉพาะเรื่องที่โผล่บ่อยก็พอ ดูสรุปได้ที่ 7 เรื่องแกรมม่าที่ใช้จริงใน TGAT

5 ขั้นตอนเติมคำให้ถูก: ดูบริบทก่อนดูตัวเลือก

วิธีที่ได้คะแนนคือ “เดาคำตอบในใจให้ได้ก่อน แล้วค่อยเปิดดูตัวเลือก” ไม่ใช่กวาดตัวเลือกแล้วเอามาลองใส่ทีละตัว เพราะตัวลวงถูกออกแบบมาให้ “อ่านผ่านแล้วดูเข้ากัน” ทำตาม 5 ขั้นนี้กับทุกช่อง

ขั้นที่ 1 อ่านชื่อเรื่องและประโยคแรกให้จบก่อน ห้ามเริ่มที่ช่องว่าง

ใช้เวลาแค่ 10–15 วินาที เพื่อรู้ว่าบทความนี้พูดถึงอะไร ใครเป็นคนพูด และโทนเป็นบวกหรือลบ ข้อมูลสามอย่างนี้ตัดตัวเลือกออกได้เยอะกว่าที่คิด โดยเฉพาะช่องที่เป็นคำศัพท์

ขั้นที่ 2 เจอช่องว่างแล้วอ่านต่ออีกหนึ่งประโยคเต็ม

อย่าหยุดที่ช่องว่าง เพราะเบาะแสของช่องว่างมักอยู่ “หลัง” ช่อง ไม่ใช่หน้าช่อง เช่น ช่องคำเชื่อมจะรู้คำตอบเมื่ออ่านจบประโยคนั้นแล้วเห็นว่าใจความขัดกับประโยคก่อนหน้าหรือไม่

ขั้นที่ 3 พูดคำที่ควรอยู่ในช่องออกมาในใจก่อน

เป็นคำไทยก็ได้ เช่น “ต้องเป็นคำที่แปลว่า สะดวก” หรือ “ต้องเป็นคำที่แปลว่า ในทางกลับกัน” ขั้นนี้สำคัญที่สุด เพราะเมื่อมีคำตอบในใจอยู่แล้ว ตัวลวงจะดึงเราไปไม่ได้

ขั้นที่ 4 จับประเภทช่อง แล้วคัดตัวเลือกออกด้วยเหตุผลเดียว

มองตัวเลือกทั้ง 4 ตัวแล้วถามว่า “4 ตัวนี้ต่างกันที่อะไร” ถ้าต่างกันที่รูปคำ = ช่องแกรมม่า ถ้าต่างกันที่ความหมาย = ช่องคำศัพท์หรือคำเชื่อม แล้วคัดออกด้วยเหตุผลข้อเดียวต่อหนึ่งตัวเลือก เช่น “ตัวนี้ผิดเพราะเป็นความสัมพันธ์แบบเพิ่มเติม ไม่ใช่ขัดแย้ง”

ขั้นที่ 5 อ่านประโยคเต็มพร้อมคำที่เลือกอีกครั้ง

ใช้เวลา 3–5 วินาที อ่านทั้งประโยครวมคำที่เติม ถ้ารู้สึกสะดุด แปลว่ายังไม่ใช่ เช็กว่า “ฟังเป็นภาษาอังกฤษ” ถูก ไม่ใช่แค่แปลไทยแล้วพอเข้าใจ

โจทย์ตัวอย่าง Text Completion พร้อมเฉลยเหตุผลทุกช่อง

ด้านล่างเป็นโจทย์ตัวอย่างที่แต่งขึ้นตามรูปแบบข้อสอบ (ไม่ใช่ข้อสอบจริง) ความยาวและจำนวนช่องย่อลงมาเพื่อให้เห็นวิธีคิดชัด ลองปิดเฉลยแล้วทำเองก่อน จับเวลา 3 นาที

Sriwan School has just launched a mobile app for its library. Students can now search for books, reserve them, and check due dates on their phones. In the past, they had to walk to the library counter and ask a staff member for help. ___(1)___, the app lets them do all of this in a few seconds.

The school says the app is especially ___(2)___ for students who live far from school, because they can renew a book without coming in person. Teachers have noticed a change too. The number of late returns ___(3)___ by almost half since the app was introduced. The library plans to add an audiobook section next term ___(4)___ more students will read on their way home.

ตัวเลือก
(1) A. By contrast   B. For example   C. In addition   D. As a result
(2) A. convenient   B. compulsory   C. competitive   D. confusing
(3) A. drops   B. has dropped   C. will drop   D. had dropped
(4) A. so that   B. although   C. unless   D. in case

เฉลยข้อ (1) ตอบ A. By contrast — ช่องคำเชื่อม

ประโยคก่อนหน้าพูดถึง “เมื่อก่อนต้องเดินไปที่เคาน์เตอร์” ประโยคที่มีช่องพูดถึง “ตอนนี้ทำได้ในไม่กี่วินาที” สองประโยคนี้คืออดีตกับปัจจุบันที่ตรงข้ามกัน จึงต้องใช้คำเชื่อมแสดงความขัดแย้ง

  • B. For example ผิด เพราะประโยคหลังไม่ใช่ตัวอย่างของประโยคหน้า
  • C. In addition ผิด เพราะเป็นการ “เพิ่มข้อมูลไปในทางเดียวกัน” แต่นี่คือทางตรงข้าม
  • D. As a result ผิด เพราะการเดินไปเคาน์เตอร์ไม่ได้เป็นเหตุให้แอปเร็วขึ้น ไม่มีความสัมพันธ์เหตุ-ผล

สังเกตว่าเราตัด 3 ตัวออกได้โดยไม่ต้องรู้ศัพท์ยากเลย ใช้แค่ “ความสัมพันธ์ของสองประโยค”

เฉลยข้อ (2) ตอบ A. convenient — ช่องคำศัพท์ตามบริบท

เบาะแสอยู่หลังช่อง คือ “because they can renew a book without coming in person” = ไม่ต้องมาเองก็ได้ ซึ่งแปลว่า สะดวก ช่องนี้เป็นช่องคำศัพท์เพราะตัวเลือกเป็นคำคุณศัพท์ทั้ง 4 ตัว และทั้ง 4 ตัวขึ้นต้นด้วย c- คล้ายกันหมด ซึ่งเป็นลักษณะตัวลวงที่เจอบ่อย

  • B. compulsory (บังคับ) ผิด บทความไม่ได้บอกว่าโรงเรียนบังคับใช้แอป
  • C. competitive (แข่งขัน) ผิด ไม่มีเรื่องการแข่งขันในบทความ
  • D. confusing (น่าสับสน) ผิด และขัดโทนบวกของทั้งย่อหน้า

เฉลยข้อ (3) ตอบ B. has dropped — ช่องแกรมม่าในบริบท

ตัวเลือกเป็นคำว่า drop รูปต่าง ๆ ทั้งหมด แปลว่านี่คือช่องแกรมม่า ไม่ใช่ช่องความหมาย คำชี้ขาดคือ since the app was introduced ซึ่งบอกเหตุการณ์ที่เริ่มในอดีตและผลยังอยู่ถึงปัจจุบัน จึงใช้ present perfect

  • A. drops ผิด เพราะเป็นความจริงทั่วไป/กิจวัตร ไม่เข้ากับ since
  • C. will drop ผิด เพราะบทความบอกว่าครูสังเกตเห็นแล้ว ไม่ใช่เรื่องอนาคต
  • D. had dropped ผิด เพราะ past perfect ใช้เมื่อมีเหตุการณ์ในอดีตอีกเหตุการณ์มาเทียบ ซึ่งบริบทนี้ไม่มี

เฉลยข้อ (4) ตอบ A. so that — ช่องคำเชื่อมแสดงวัตถุประสงค์

ห้องสมุดจะเพิ่มหนังสือเสียง เพื่อให้ นักเรียนอ่านตอนเดินทางกลับบ้านมากขึ้น ความสัมพันธ์คือ “ทำสิ่งนี้เพื่อให้เกิดผลนั้น”

  • B. although ผิด เพราะไม่ใช่การยอมรับข้อขัดแย้ง
  • C. unless ผิด เพราะไม่ใช่เงื่อนไขปฏิเสธ
  • D. in case ผิด เพราะ in case = เผื่อไว้ในกรณีที่ ซึ่งบทความสื่อถึงความตั้งใจให้เกิดผล ไม่ใช่การเผื่อ

ถ้าอยากฝึกแบบมีคนชี้ให้เห็นว่าพลาดเพราะเหตุผลอะไรทุกข้อ คอร์สอังกฤษสำหรับเตรียม TCAS ของพี่หมอนิริน เน้นการตะลุยโจทย์พร้อมอธิบายตัวลวงแบบนี้ทุกข้อ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากมีคนช่วยตรวจว่าเราคิดถูกทางไหม? คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG มีเฉลยแบบอธิบายเหตุผลทุกตัวเลือก และมีทีมติวเตอร์ตอบคำถามให้

ทักไปถามทาง LINE @englishnirin

จุดที่นักเรียนพลาดบ่อยใน Text Completion

จากที่เห็นเวลาตรวจงานเด็ก ๆ ความผิดพลาดในพาร์ตนี้ซ้ำกันไม่กี่แบบ และเกือบทั้งหมดแก้ได้ด้วยการเปลี่ยนลำดับการอ่าน ไม่ใช่ท่องศัพท์เพิ่ม

  1. อ่านตัวเลือกก่อนอ่านบริบท — เมื่อเห็นคำที่คุ้นตาก่อน สมองจะพยายามหาเหตุผลให้คำนั้นถูก แทนที่จะหาคำที่บริบทต้องการ
  2. เลือกคำเชื่อมจากความหมายของคำเชื่อมเอง — เช่นจำว่า however แปลว่า “อย่างไรก็ตาม” แล้วเลือกเพราะแปลได้ ทั้งที่ต้องดูว่าสองประโยคสัมพันธ์กันแบบไหน
  3. คิดว่า TGAT ไม่มีแกรมม่าเลยจึงข้ามช่องรูปคำ — TGAT ENG ไม่มีพาร์ตแกรมม่าแยก แต่แกรมม่าถูกวัดผ่านช่องว่างแบบที่ 3 ตรง ๆ
  4. ตอบทีละช่องแบบไม่กลับมาอ่านรวม — ช่องคำเชื่อมในย่อหน้าเดียวกันมักสัมพันธ์กัน ถ้าเลือกผิดหนึ่งช่อง อีกช่องจะเพี้ยนตาม
  5. พยายามแปลทุกคำในบทความ — บทความ 100–200 คำ ถ้าแปลทุกคำจะไม่เหลือเวลาให้ Reading Comprehension อีก 15 ข้อ
  6. เจอศัพท์ไม่รู้แล้วหยุดค้าง — ในพาร์ตนี้ศัพท์ที่ไม่รู้มักไม่ใช่คำตอบ แต่เป็นคำรอบข้าง ข้ามไปอ่านต่อแล้วค่อยย้อนกลับได้

อีกเรื่องที่ช่วยได้จริงคือคลังศัพท์ที่แยกตามสถานการณ์ ไม่ใช่ศัพท์เรียงตามตัวอักษร เพราะบทความใน TGAT มักอยู่ในบริบทชีวิตประจำวัน ดูตัวอย่างการจัดหมวดได้ที่ คำศัพท์ TGAT ENG แยก 8 หมวดสถานการณ์

Text Completion 15 ข้อ ควรใช้เวลาเท่าไหร่

TGAT1 มี 60 ข้อ ใน 60 นาที เฉลี่ยข้อละ 1 นาที ถ้าใช้เกณฑ์นี้ Text Completion 15 ข้อ ควรจบในราว 13–15 นาที หรือประมาณ 6–7 นาทีต่อหนึ่งบทความ นี่คือการแบ่งเวลาที่ใช้ได้จริงในห้องสอบ

ขั้นตอนต่อ 1 บทความ (7–8 ข้อ) เวลาที่แนะนำ เป้าหมายของขั้นนี้
อ่านชื่อเรื่อง + รอบแรกแบบไม่หยุดที่ช่องว่าง 60–75 วินาที รู้เรื่อง ใคร โทนบวกหรือลบ
ช่องที่รู้คำตอบทันที (ช่องละ) 20–30 วินาที เก็บคะแนนง่ายให้ครบก่อน
ช่องที่ต้องย้อนอ่านประโยคข้างเคียง (ช่องละ) 45–60 วินาที ช่องคำเชื่อมและคำอ้างอิง
อ่านทวนทั้งบทความพร้อมคำที่เติมแล้ว 30 วินาที จับช่องที่ขัดกันเอง
รวมต่อ 1 บทความ ประมาณ 6–7 นาที เหลือเวลาให้พาร์ตอื่น

ถ้าช่องใดใช้เกิน 1 นาทีแล้วยังไม่ได้ ให้กาไว้แล้วไปต่อ กลับมาทีหลังพร้อมข้อมูลจากช่องอื่นในย่อหน้าเดียวกัน มักจะตอบได้เร็วกว่าเดิม

ฝึก Text Completion 2 สัปดาห์ ทำอะไรวันไหน

พาร์ตนี้ขึ้นเร็วกว่าพาร์ตอ่านจับใจความ เพราะมีแพตเทิร์นชัด แผนด้านล่างใช้เวลาวันละ 25–30 นาที และเน้นให้ “จับประเภทช่องได้เร็ว” ก่อนจะไปเรื่องความเร็วรวม

ช่วง สิ่งที่ทำ วัดผลอย่างไร
วันที่ 1–3 จัดกลุ่มคำเชื่อม 4 กลุ่ม: เพิ่มเติม / ขัดแย้ง / เหตุ-ผล / ลำดับและสรุป กลุ่มละ 5–8 คำ เห็นคำแล้วบอกกลุ่มได้ใน 2 วินาที
วันที่ 4–6 ฝึกเฉพาะ “จับประเภทช่อง” ไม่ต้องตอบ ดูตัวเลือก 4 ตัวแล้วบอกว่าช่องนี้แบบไหน แยกประเภทถูก 9 ใน 10 ช่อง
วันที่ 7 ทำ 1 บทความเต็มแบบจับเวลา 7 นาที แล้วเขียนเหตุผลที่เลือกทุกช่อง เขียนเหตุผลได้ครบทุกช่อง ไม่มีคำว่า “รู้สึกว่า”
วันที่ 8–10 เจาะช่องแกรมม่า: tense กับคำบอกเวลา, active/passive, รูปคำหลัง preposition ช่องแกรมม่าไม่พลาดเกิน 1 ข้อต่อบทความ
วันที่ 11–13 ทำ 2 บทความติดกันในเวลา 14 นาที เลียนแบบสภาพจริง จบทันเวลาโดยไม่ข้ามช่องเกิน 1 ช่อง
วันที่ 14 ทบทวนเฉพาะข้อที่เคยผิด จัดกลุ่มว่าผิดเพราะประเภทช่องไหนมากที่สุด รู้จุดอ่อนตัวเองเป็นชื่อประเภท ไม่ใช่ “อ่อนอังกฤษ”

เคล็ดลับที่ได้ผลมาก: ทุกครั้งที่ตอบผิด ให้เขียนเหตุผลว่าตัวลวงหลอกเราด้วยอะไร เช่น “หลอกด้วยคำที่แปลได้เหมือนกัน” หรือ “หลอกด้วยรูปคำที่ดูคุ้น” ทำสัก 30 ข้อ จะเริ่มเห็นว่าตัวลวงมีไม่กี่แบบ

สำหรับคนที่ฝึกเองแล้วยังตันอยู่ที่เดิม ลองดู คอร์สอังกฤษ ม.ปลาย เตรียมสอบ TGAT และ A-Level ที่รวมพาร์ต Text Completion ไว้ในคอร์สตะลุยโจทย์ด้วย

คำถามที่พบบ่อย

Text Completion ใน TGAT ENG มีกี่ข้อ

มี 15 ข้อ จาก 2 บทความ บทความละ 7–8 ข้อ อยู่ในส่วน Reading Skill ของ TGAT1 ตามโครงสร้างข้อสอบทางการบน mytcas.com บทความยาวประมาณ 100–200 คำ เป็นบทความทั่วไปที่ใช้ในการสื่อสาร

Text Completion ต่างจาก Reading Comprehension ยังไง

Text Completion ให้เติมคำลงในช่องว่างของบทความ วัดว่าเราอ่านความสัมพันธ์ของประโยครอบช่องได้ไหม ส่วน Reading Comprehension ให้อ่านบทความแล้วตอบคำถามเกี่ยวกับใจความ จุดประสงค์ผู้เขียน หรือรายละเอียด สองพาร์ตนี้มี 15 ข้อเท่ากัน แต่ต้องใช้วิธีอ่านต่างกัน

ต้องท่องแกรมม่าไหมถึงจะทำ Text Completion ได้

ไม่ต้องท่องทั้งเล่ม แต่ต้องแม่นเรื่องที่ใช้ตัดสินรูปคำในประโยค โดยเฉพาะ tense กับคำบอกเวลา, active/passive และรูปคำหลัง preposition เพราะช่องว่างประเภทที่ตัวเลือกเป็นคำเดียวกันแต่รูปต่างกันจะตัดสินด้วยเรื่องนี้ ดูสรุปได้ที่ 7 เรื่องแกรมม่าที่ใช้จริงใน TGAT

ถ้าเจอศัพท์ที่ไม่รู้ในตัวเลือกควรทำยังไง

อย่าเดาจากคำที่ไม่รู้ แต่ให้ตัดจากคำที่รู้ก่อน ถ้าตัดเหลือสองตัวแล้วยังไม่รู้ตัวหนึ่ง ให้กลับไปดูว่าบริบทต้องการคำโทนบวกหรือลบ แล้วเลือกตัวที่ไม่ขัดโทน วิธีนี้ได้ผลกว่าการเดาแบบสุ่มมาก

ควรทำ Text Completion ก่อนหรือหลัง Reading Comprehension

แนะนำทำ Text Completion ก่อน เพราะบทความสั้นกว่าและแพตเทิร์นชัดกว่า ทำให้เก็บคะแนนได้แน่นอนกว่าในเวลาเท่ากัน แต่ถ้าฝึกแล้วพบว่าตัวเองทำพาร์ตอ่านจับใจความเร็วกว่า ก็สลับได้ สิ่งสำคัญคือมีลำดับที่ซ้อมไว้แล้ว ไม่ตัดสินใจในห้องสอบ

ฝึก Text Completion จากข้อสอบ GAT ENG เก่าได้ไหม

ฝึกทักษะเติมคำในบริบทได้ แต่ต้องเลือกพาร์ตที่ยังตรงกับโครงสร้าง TGAT ENG ปัจจุบัน เพราะบางพาร์ตของข้อสอบเก่าไม่มีในรูปแบบใหม่แล้ว เทียบให้ชัดได้ที่ GAT ENG กับ TGAT ENG ต่างกันยังไง

ทำ Text Completion ไม่ทันเวลาแก้ยังไง

ส่วนใหญ่ไม่ทันเพราะแปลทุกคำและเพราะติดค้างอยู่ช่องเดียวนานเกินไป ตั้งกฎว่าช่องไหนใช้เกิน 1 นาทีให้กาไว้แล้วไปต่อ แล้วกลับมาทำตอนอ่านทวน โดยเป้าหมายคือจบ 1 บทความใน 6–7 นาที

คอร์สแนะนำจากพี่หมอนิริน

คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG

โปรพิเศษคอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG รวมหนังสือ 6 เล่ม ราคา 5,990 บาท โดยพี่หมอนิริน

  • ✅ เนื้อหาครอบคลุมอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด ปูพื้นฐานจนถึงทำโจทย์ทุกรูปแบบ
  • ✅ ตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG พร้อมหลักการ สูตรลัด และเทคนิค
  • ✅ หนังสือ 6 เล่ม ส่งฟรีถึงบ้าน
  • ✅ มีทีมติวเตอร์ช่วยตอบคำถามระหว่างเรียน
  • ✅ เรียนได้ทั้งคอม มือถือ และแท็บเล็ต

ราคาพิเศษ

5,990 บาท

สมัครเรียนทาง LINE @englishnirin

แอดไลน์ @englishnirin แล้วพิมพ์ว่า “สนใจคอร์ส 5,990” ทีมงานจะส่งรายละเอียดและวิธีสมัครให้

ดูรีวิวคะแนนจากน้อง ๆ · ดูรายละเอียดคอร์สอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด

พี่หมอนิริน

เกี่ยวกับผู้เขียน: พี่หมอนิริน

ท็อปอังกฤษ 1% ของประเทศ (เปอร์เซ็นไทล์ 99.8) · เกียรตินิยม ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สอนคอร์สอังกฤษ ม.ปลาย TCAS ของ English Nirin

ดูผลลัพธ์และรีวิวจากนักเรียน