สรุปคำตอบสั้น ๆ
พาร์ต Reading ของ A-Level อังกฤษ มี 40 ข้อ 50 คะแนน จากข้อสอบ 80 ข้อ เวลารวม 90 นาที จึงควรกันเวลาให้พาร์ตนี้ราว 45 นาที ในนั้นมีบทความทั่วไปยาว 500–600 คำ อยู่ 2 บท วิธีอ่านให้ทันคือใช้ 4 จังหวะ สำรวจ ทำแผนที่ย่อหน้า จับคำถามไปหาย่อหน้า แล้วตัดช้อยส์ด้วยหลักฐาน ตั้งเป้าให้จบบทละ 9–10 นาที
ประเด็นสำคัญ
- ผังข้อสอบ A-Level 82 ระบุว่า Reading มี 40 ข้อ 50 คะแนน จากทั้งฉบับ 80 ข้อ 100 คะแนน เวลา 90 นาที
- บทอ่านมี 8 บท ได้แก่ โฆษณา 2, บทวิจารณ์ 1, รายงานข่าว 1, ภาพประกอบบทความ 2 และบทความทั่วไป 500–600 คำ 2 บท
- เก็บบทอ่านสั้นให้จบก่อน แล้วเหลือเวลาก้อนใหญ่ให้บทความยาว บทละ 9–10 นาที
- ทำแผนที่ย่อหน้า 2–4 คำต่อย่อหน้า จะรู้ทันทีว่าคำถามแต่ละข้อต้องกลับไปดูตรงไหน
- ทุกคำตอบต้องชี้บรรทัดที่เป็นหลักฐานได้ ถ้าชี้ไม่ได้คือยังไม่ได้คำตอบ
- ช้อยส์ที่ใช้คำแรงเกินบทความ หรือถูกแต่ไม่ตอบคำถาม เป็นตัวลวงที่ทำให้เสียคะแนนบ่อยที่สุด
🎯 อยากอัปคะแนน TGAT + A-Level ENG ให้ถึง 80–90+? ดูคอร์สอังกฤษ TCAS + ตะลุยโจทย์ 5,990 บาท หรือ ทัก LINE @englishnirin
Reading ใน A-Level อังกฤษ มีกี่ข้อ และเหลือเวลาให้บทความยาวเท่าไร
พาร์ต Reading ของ A-Level 82 ภาษาอังกฤษ มี 40 ข้อ 50 คะแนน ซึ่งเป็นพาร์ตที่คะแนนมากที่สุดของข้อสอบทั้งฉบับ (รวม 80 ข้อ 100 คะแนน ปรนัย 4 ตัวเลือก เวลา 90 นาที ตามผังการสร้างข้อสอบของ mytcas.com) แปลว่าถ้าจัดเวลาเป็น ทุก 1 นาทีที่เสียไปในพาร์ตนี้คือคะแนนที่หายไปเร็วกว่าพาร์ตอื่น
ผังข้อสอบระบุชนิดของบทอ่านไว้ชัดเจน คือ โฆษณา 2 บท, บทวิจารณ์สินค้าหรือบริการ 1 บท, รายงานข่าว 1 บท, ภาพประกอบบทความ (กราฟ ตาราง แผนภาพ) 2 บท และ บทความทั่วไปความยาวประมาณ 500–600 คำ (ราว 1 หน้า A4) 2 บท รวม 8 บทอ่าน
จุดสำคัญคือผังข้อสอบไม่ได้กำหนดว่าบทอ่านแต่ละชนิดมีกี่ข้อ ดังนั้นตารางเวลาด้านล่างนี้เป็นการกระจายเวลาที่พี่หมอแนะนำโดยประมาณจากความยาวของบทอ่าน ไม่ใช่เกณฑ์ทางการ ใช้เป็นกรอบซ้อมจับเวลาได้ แต่ในห้องสอบจริงให้ยืดหยุ่นตามชุดที่เจอ
| ชนิดบทอ่าน (ตามผังข้อสอบ) | จำนวนบท | เวลาที่แนะนำ | เป้าหมายการอ่าน |
|---|---|---|---|
| โฆษณา | 2 บท | 3 นาที/บท | กวาดหาตัวเลข วันที่ เงื่อนไข ไม่ต้องอ่านเรียงบรรทัด |
| บทวิจารณ์สินค้า/บริการ | 1 บท | 5 นาที | จับ “ชอบหรือไม่ชอบ” และเหตุผล 2–3 ข้อ |
| รายงานข่าว | 1 บท | 5 นาที | ใคร ทำอะไร ที่ไหน ผลคืออะไร |
| ภาพประกอบบทความ (กราฟ/ตาราง/แผนภาพ) | 2 บท | 4 นาที/บท | อ่านหัวตาราง หน่วย และแกนก่อนดูตัวเลข |
| บทความทั่วไป 500–600 คำ | 2 บท | 9–10 นาที/บท | ทำแผนที่ย่อหน้าแล้วค่อยตอบ |
| รวมพาร์ต Reading | 8 บท / 40 ข้อ | ประมาณ 45 นาที | เหลือ 45 นาทีให้ Listening–Speaking และ Writing |
ถ้ายังไม่แม่นว่าพาร์ตอื่นวัดอะไร แนะนำอ่านภาพรวม โครงสร้างข้อสอบ A-Level อังกฤษ ทุกพาร์ต ควบไปด้วย แล้วกลับมาลงมือฝึกบทความยาวตามวิธีในหน้านี้
ทำไมบทความวิชาการ 500–600 คำ ทำให้คนทำไม่ทัน
สาเหตุที่เจอบ่อยไม่ใช่ “ศัพท์ไม่พอ” อย่างเดียว แต่เป็นวิธีอ่านที่กินเวลาเกินจำเป็น 3 แบบ
- อ่านแปลทุกคำตั้งแต่บรรทัดแรก — บทความ 550 คำ ถ้าแปลทุกคำในใจ จะใช้เวลา 6–7 นาทีก่อนที่จะได้อ่านคำถามเลยแม้แต่ข้อเดียว เวลาที่เหลือไม่พอให้ย้อนกลับไปหาหลักฐาน
- ไม่รู้ว่าย่อหน้าไหนพูดเรื่องอะไร — พอเจอคำถามแล้วต้องไล่อ่านใหม่ทั้งบท กลายเป็นอ่านซ้ำ 2–3 รอบ ข้อเดียวกินเวลาเท่า 3 ข้อ
- ตอบจากความรู้เดิม ไม่ใช่จากบทอ่าน — บทความวิชาการมักพูดเรื่องที่เคยเห็นผ่าน ๆ เช่น การนอน อาหาร พลังงานสะอาด คนจึงเผลอเลือกช้อยส์ที่ “ฟังดูถูก” แต่บทความไม่ได้พูดไว้
ข้อสอบพาร์ตนี้ไม่ได้วัดว่าเราแปลได้ครบไหม แต่วัดว่าหาหลักฐานในบทอ่านได้เร็วและตรงจุดแค่ไหน คนละทักษะกับการอ่านหนังสือเรียน
วิธีอ่าน 4 จังหวะ: สำรวจ – ทำแผนที่ – จับคำถาม – ตัดช้อยส์
วิธีนี้ออกแบบมาให้จบใน 9–10 นาทีต่อบทความ และใช้ได้ทั้งบทความวิทยาศาสตร์ สังคม และเศรษฐกิจ ที่มักออกในพาร์ต Reading
จังหวะ 1 สำรวจ (40 วินาที)
อ่านหัวเรื่อง (ถ้ามี) ประโยคแรกของย่อหน้าแรก และประโยคสุดท้ายของย่อหน้าสุดท้าย แค่นี้จะรู้ 2 อย่าง คือหัวข้อของบทความ และท่าทีของผู้เขียน (กลาง ๆ เตือน หรือสนับสนุน) อย่าข้ามขั้นนี้ เพราะคำถามประเภท main idea กับ tone มาจากสองจุดนี้เกือบทุกครั้ง
จังหวะ 2 ทำแผนที่ย่อหน้า (3 นาที)
อ่านเร็ว ๆ ทั้งบท แต่เขียนโน้ตข้างย่อหน้าแค่ 2–4 คำว่า “ย่อหน้านี้เรื่องอะไร” เช่น P1 = ปัญหา, P2 = งานวิจัยที่พบ, P3 = ข้อโต้แย้ง, P4 = ทางออก ประโยคที่บอกใจความมักเป็นประโยคแรกหรือประโยคที่สองของย่อหน้า และให้วงคำโยงไว้ด้วย เช่น however, in contrast, as a result, for example เพราะคำพวกนี้บอกว่ากำลังจะเปลี่ยนทิศหรือกำลังจะยกตัวอย่าง
จังหวะ 3 จับคำถามไปหาย่อหน้า (3 นาที)
อ่านคำถามแล้วถามตัวเองก่อนว่า “ข้อนี้ต้องไปดูย่อหน้าไหน” ถ้ามีแผนที่จากจังหวะ 2 คำตอบจะออกทันที ไม่ต้องไล่จากบรรทัดแรก คำถามที่มีคำเฉพาะ เช่น ชื่อ ปี ตัวเลข หน่วย ให้ scan หาคำนั้นตรง ๆ ส่วนคำถามภาพรวมให้เก็บไว้ทำท้ายสุด เพราะตอนนั้นเราเข้าใจบทความมากที่สุดแล้ว
จังหวะ 4 ตัดช้อยส์ด้วยหลักฐาน (2–3 นาที)
ทุกข้อต้องชี้ได้ว่าคำตอบมาจากบรรทัดไหน ถ้าชี้ไม่ได้ให้ถือว่ายังไม่ได้คำตอบ แล้วใช้เกณฑ์ตัดช้อยส์ 4 ข้อนี้
- ช้อยส์ที่แรงเกินบทความ — มีคำว่า always, never, all, only, must ขณะที่บทความใช้ may, some, often
- ช้อยส์ที่ถูกแต่ไม่ใช่คำถาม — ข้อมูลมีในบทความจริง แต่ไม่ตอบสิ่งที่ถาม (ตัวลวงที่คนพลาดมากที่สุด)
- ช้อยส์ที่สลับเหตุกับผล — ใช้คำเดิมจากบทความแต่กลับทิศความสัมพันธ์
- ช้อยส์ที่ยืมความรู้ทั่วไป — ฟังดูสมเหตุสมผล แต่หาบรรทัดรองรับในบทอ่านไม่ได้
ตัวอย่างการทำแผนที่ย่อหน้า (Paragraph Map)
สมมติเจอบทความ 4 ย่อหน้าเรื่องการนอนของวัยรุ่น แผนที่ที่ควรได้หลังจังหวะ 2 หน้าตาแบบนี้ ใช้เวลาเขียนจริงไม่เกิน 3 นาที และช่วยให้ตอบคำถามเกือบทุกข้อได้โดยไม่ต้องอ่านซ้ำทั้งบท
| ย่อหน้า | โน้ตสั้น 2–4 คำ | คำโยงที่เจอ | คำถามที่มักออกจากย่อหน้านี้ |
|---|---|---|---|
| P1 | ปัญหา: วัยรุ่นนอนน้อย | — | main idea, best title |
| P2 | ผลวิจัย: เวลาเรียนเช้าเกินไป | according to, because | รายละเอียด, ตัวเลข, reference (it/this) |
| P3 | ข้อโต้แย้ง: ผู้ปกครองไม่เห็นด้วย | however, on the other hand | tone, attitude, inference |
| P4 | ทางออก: เลื่อนเวลาเรียน | as a result, therefore | purpose, what happens next |
สังเกตว่าคำถามแต่ละประเภทมี “บ้าน” ของมัน ถ้ารู้บ้านก่อน เวลาในจังหวะ 3 จะลดลงเกือบครึ่ง
โจทย์ตัวอย่าง + เฉลยพร้อมเหตุผล
ด้านล่างเป็นโจทย์ตัวอย่างที่แต่งขึ้นตามรูปแบบข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบจริง ย่อบทความให้สั้นกว่าของจริงเพื่อให้ฝึกวิธีคิดได้เร็ว ลองอ่านและทำแผนที่ย่อหน้าก่อนดูเฉลย
Urban farming has grown quickly in many large cities. Rooftop gardens and small indoor farms now supply vegetables to restaurants only a few streets away, which cuts the distance food must travel. Supporters argue that shorter supply chains reduce spoilage and give city residents fresher produce.
However, the benefits are easy to overstate. Indoor farms often rely on electric lighting, and unless that electricity comes from clean sources, the energy used may cancel out the savings from shorter transport. Land in city centres is also expensive, so most urban farms stay small and cannot replace rural production.
Researchers therefore suggest treating urban farming as a supplement rather than a solution. Its clearest value may be educational: when students grow food at school, they learn where their meals come from, a lesson that no delivery service can provide.
แผนที่ย่อหน้าที่ควรได้: P1 = ข้อดี/ระยะทางสั้นลง · P2 = ข้อจำกัด (however) · P3 = สรุป: เป็นตัวเสริม + คุณค่าด้านการเรียนรู้
ข้อ 1 (main idea) What is the main idea of the passage?
- Urban farming will soon replace farming in rural areas.
- Urban farming has real benefits but also clear limits.
- Rooftop gardens are the cheapest way to grow vegetables.
- Electricity from clean sources is now widely available in cities.
เฉลย: B — บทความให้ข้อดีใน P1 แล้วหักด้วย However ใน P2 และสรุปใน P3 ว่าเป็น “supplement rather than a solution” ใจความจึงเป็นสองด้าน
- ทำไม A ผิด — แรงเกินบทความ และขัดกับบรรทัดที่บอกว่า “cannot replace rural production”
- ทำไม C ผิด — บทความพูดว่าที่ดินในเมืองแพง ไม่มีที่ใดบอกว่าถูกที่สุด เป็นการเติมข้อมูลเอง
- ทำไม D ผิด — เป็นข้อมูลที่ “ถูกแต่ไม่ใช่คำถาม” ในระดับหนึ่ง บทความแตะเรื่องไฟฟ้าสะอาดเพียงเป็นเงื่อนไข (unless) ไม่ได้บอกว่ามีอยู่ทั่วไป และไม่ใช่ใจความรวม
ข้อ 2 (inference) It can be inferred from paragraph 2 that indoor farms
- use less energy than farms outside the city.
- may lose their environmental advantage in some cases.
- are banned in most city centres because of land prices.
- produce vegetables of lower quality than rural farms.
เฉลย: B — คำว่า unless และ may cancel out บอกว่าข้อดีด้านสิ่งแวดล้อม “อาจหายไปในบางกรณี” ซึ่งเป็นการอนุมานที่ไม่เกินเลยจากตัวบท
- ทำไม A ผิด — สลับทิศจากบทความ ย่อหน้านี้บอกว่าฟาร์มในอาคารใช้ไฟฟ้าเพิ่ม ไม่ใช่ใช้พลังงานน้อยกว่า
- ทำไม C ผิด — บทความบอกว่าที่ดินแพงจึงทำให้ฟาร์มมีขนาดเล็ก ไม่มีคำว่าห้าม เป็นการยืมความรู้ทั่วไปมาเติม
- ทำไม D ผิด — เรื่องคุณภาพผลผลิตไม่ถูกพูดถึงเลย ถ้าชี้บรรทัดไม่ได้ ให้ตัดทันที
สังเกตว่าเฉลยทั้งสองข้อชี้บรรทัดได้ทุกข้อ นี่คือมาตรฐานที่ควรใช้ตรวจตัวเองทุกครั้งที่ฝึก ถ้าอยากได้เฉลยแบบชี้บรรทัดทุกข้อพร้อมคนช่วยดูวิธีคิด คอร์สอังกฤษ ม.ปลายของพี่หมอนิริน มีคลิปเฉลยแบบนี้ให้ดูซ้ำได้ทุกพาร์ต
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากมีคนช่วยตรวจว่าเราคิดถูกทางไหม? คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG มีเฉลยแบบอธิบายเหตุผลทุกตัวเลือก และมีทีมติวเตอร์ตอบคำถามให้
คำถาม 5 ประเภทจากบทความวิชาการ และสัญญาณที่ต้องมองหา
คำถามจากบทความยาวส่วนใหญ่วนอยู่ใน 5 ประเภทนี้ ถ้าแยกประเภทได้ทันทีที่อ่านคำถาม จะรู้เลยว่าต้องกลับไปดูตรงไหน
| ประเภทคำถาม | คำในโจทย์ที่เป็นสัญญาณ | กลับไปดูที่ไหน | กับดักที่พบบ่อย |
|---|---|---|---|
| ใจความหลัก / ตั้งชื่อเรื่อง | main idea, best title, mainly about | ย่อหน้าแรกและย่อหน้าสุดท้าย | เลือกข้อที่เป็นรายละเอียดของย่อหน้าเดียว |
| รายละเอียดเฉพาะ | according to the passage, which of the following | scan คำเฉพาะ ตัวเลข ชื่อ | คำเหมือนที่บทความเปลี่ยนคำใช้ (paraphrase) |
| อนุมาน | infer, imply, suggest, probably | ประโยคที่มี may, unless, tend to | อนุมานไกลเกินหลักฐาน 1 ขั้น |
| คำศัพท์ในบริบท | the word “X” is closest in meaning to | ประโยคก่อนและหลังคำนั้น | ใช้ความหมายที่ท่องมา ไม่ดูบริบท |
| คำอ้างอิง / จุดประสงค์ผู้เขียน | the word “it” refers to, the author’s purpose | คำนามตัวล่าสุดก่อนคำนั้น / ท่าทีรวมทั้งบท | โยงไปคำนามที่อยู่ไกลหรือผิดจำนวน |
จุดที่นักเรียนพลาดบ่อย เวลาเจอบทความยาวในห้องสอบ
จากที่เห็นซ้ำ ๆ ในการสอนและตรวจการฝึกทำโจทย์ ปัญหาไม่ค่อยอยู่ที่ความรู้ แต่อยู่ที่การจัดการเวลาและวินัยในการหาหลักฐาน
- เริ่มจากบทความยาวก่อน — หลายคนทำตามลำดับในเล่ม พอบทความแรกกินเวลา 15 นาที เลยรีบทำโฆษณาและกราฟที่จริง ๆ เก็บคะแนนได้ง่ายกว่า วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือเก็บบทอ่านสั้นให้จบก่อน แล้วเหลือเวลาก้อนใหญ่ให้บทความยาว
- ไม่ยอมข้ามข้อที่ติด — ค้างข้อเดียว 3 นาที แลกกับการเสียอีก 2–3 ข้อท้ายชุด ให้กาไว้แล้วไปต่อ
- อ่านคำถามทั้งหมดก่อนอ่านบทความ — ฟังดูดีแต่มักทำให้จำคำถามไม่ครบและต้องอ่านคำถามซ้ำ ในบทความ 500–600 คำ การทำแผนที่ย่อหน้าเร็ว ๆ แล้วค่อยอ่านคำถามทีละข้อ คุมเวลาได้ดีกว่า
- ฝึกโดยไม่จับเวลา — ทำถูกตอนไม่จับเวลาไม่ได้บอกอะไรเลย เพราะข้อสอบวัดความเร็วในการหาหลักฐานด้วย
- ไม่ทบทวนข้อที่ผิด — ทุกข้อที่ผิดควรเขียนได้ว่า “ผิดเพราะอ่านข้ามบรรทัดไหน” ถ้าเขียนไม่ได้ แปลว่ายังไม่ได้เรียนอะไรจากข้อนั้น
ถ้าอยากเห็นภาพรวมว่าพาร์ตนี้ต่อเนื่องกับทักษะอื่นยังไง ลองอ่าน A-Level อังกฤษ วัดทักษะอะไรบ้าง เพิ่มเติม
A-Level อังกฤษ ควรอ่านอะไรบ้าง ให้ตรงแนวบทความวิชาการ
คำตอบสั้น ๆ คือ อ่านบทความสารคดีความยาว 400–700 คำ ภาษาอังกฤษ ที่เขียนสำหรับผู้อ่านทั่วไป ไม่ใช่ตำราเรียนและไม่ใช่นิยาย เพราะบทอ่านในข้อสอบเป็นบทความทั่วไปประมาณ 1 หน้า A4 ตามผังข้อสอบ
- เลือกหัวข้อที่ออกบ่อย — สุขภาพและการนอน สิ่งแวดล้อมและพลังงาน เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน การศึกษา พฤติกรรมผู้บริโภค เศรษฐกิจง่าย ๆ ระดับข่าว
- อ่านวันละ 1 บทความ จับเวลา 10 นาที — จบแล้วเขียนสรุปใจความเป็นภาษาไทย 2 บรรทัด ถ้าเขียนไม่ได้ แปลว่ายังไม่ได้จับใจความ ไม่ใช่ศัพท์ไม่พอ
- เก็บศัพท์แบบใช้งาน — จดเฉพาะคำที่ขัดขวางความเข้าใจ พร้อมประโยคที่เจอ ไม่ต้องจดทุกคำที่ไม่รู้ ศัพท์เชิงวิเคราะห์ที่คุ้มจด เช่น claim, factor, decline, sufficient, contribute, alternative, consequence
- ฝึกอ่านกราฟและตารางภาษาอังกฤษ — เพราะผังข้อสอบมีภาพประกอบบทความถึง 2 บท คนมักละเลยแล้วเสียคะแนนง่าย ๆ ไป
- ทำข้อสอบเก่าเป็นชุด — เมื่อพื้นฐานการอ่านนิ่งแล้ว ให้ฝึกทั้งพาร์ตเรียงกัน เพื่อซ้อมการแบ่งเวลา 45 นาทีให้ชิน
สำหรับคนที่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ลองดูแนวทาง เตรียมสอบ A-Level อังกฤษ อย่างไรไม่อ่านมั่ว ก่อนวางตารางของตัวเอง
แผนฝึก Reading 3 สัปดาห์ แบบจับเวลา
แผนนี้ใช้เวลาวันละ 30–40 นาที เหมาะกับคนที่ยังอ่านบทความยาวไม่ทัน และอยากให้ทันภายในเดือนเดียว
| สัปดาห์ | เป้าหมาย | สิ่งที่ทำทุกวัน | ตัววัดว่าผ่าน |
|---|---|---|---|
| สัปดาห์ที่ 1 | ทำแผนที่ย่อหน้าให้คล่อง | บทความ 1 บท + เขียนโน้ตย่อหน้า ยังไม่ต้องตอบคำถาม | ทำแผนที่ 4 ย่อหน้าได้ใน 3 นาที |
| สัปดาห์ที่ 2 | ตอบให้ชี้บรรทัดได้ทุกข้อ | บทความ 1 บท + คำถาม 5–7 ข้อ เขียนกำกับว่าคำตอบอยู่บรรทัดไหน | ชี้บรรทัดได้ครบ และถูกเกิน 70% |
| สัปดาห์ที่ 3 | คุมเวลาทั้งพาร์ต | ฝึกบทอ่านผสม 3–4 บท จับเวลารวม | บทความยาวจบใน 10 นาที และทำ 8 บทใน 45 นาที |
ระหว่างฝึก ถ้าพบว่าเฉลยที่หาอ่านได้บอกแค่ว่าข้อไหนถูก แต่ไม่ได้บอกว่าตัวลวงผิดเพราะอะไร นั่นคือช่องว่างที่ทำให้คะแนนไม่ขยับ การมีคนช่วยไล่เหตุผลทีละช้อยส์ช่วยได้เยอะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ คอร์สเตรียมสอบ A-Level และ TGAT ของพี่หมอนิริน ทำให้เป็นระบบ พร้อมโจทย์ให้ฝึกแบบจับเวลาเหมือนห้องสอบ
สรุปให้ใช้ได้พรุ่งนี้เช้า
พาร์ต Reading คือ 40 ข้อ 50 คะแนน จากเวลารวม 90 นาที กันเวลาไว้ประมาณ 45 นาที เก็บบทอ่านสั้นก่อน แล้วให้บทความ 500–600 คำ บทละ 9–10 นาที ในบทความยาวให้ใช้ 4 จังหวะ คือ สำรวจ 40 วินาที ทำแผนที่ย่อหน้า 3 นาที จับคำถามไปหาย่อหน้า 3 นาที และตัดช้อยส์ด้วยหลักฐาน 2–3 นาที กฎเดียวที่ห้ามหย่อนคือ ทุกคำตอบต้องชี้บรรทัดได้
คำถามที่พบบ่อย
Reading ใน A-Level อังกฤษ มีกี่ข้อ กี่คะแนน
ตามผังการสร้างข้อสอบ A-Level 82 ภาษาอังกฤษ พาร์ต Reading มี 40 ข้อ 50 คะแนน ซึ่งเป็นพาร์ตที่คะแนนมากที่สุด ส่วนทั้งฉบับมี 80 ข้อ 100 คะแนน เป็นปรนัย 4 ตัวเลือก เวลา 90 นาที
ควรใช้เวลากับบทความยาว 500–600 คำ กี่นาที
แนะนำบทละ 9–10 นาที โดยแบ่งเป็นสำรวจ 40 วินาที ทำแผนที่ย่อหน้า 3 นาที จับคำถามไปหาย่อหน้า 3 นาที และตัดช้อยส์ 2–3 นาที ตัวเลขนี้เป็นกรอบซ้อมจับเวลา ไม่ใช่เกณฑ์ทางการ
ควรอ่านคำถามก่อนหรืออ่านบทความก่อน
สำหรับบทความ 500–600 คำ แนะนำอ่านบทความเร็ว ๆ พร้อมทำแผนที่ย่อหน้าก่อน แล้วค่อยอ่านคำถามทีละข้อ เพราะการอ่านคำถามทั้งหมดก่อนมักทำให้จำไม่ครบและต้องย้อนอ่านคำถามซ้ำ ส่วนบทอ่านสั้นอย่างโฆษณาให้ดูคำถามก่อนได้
A-Level อังกฤษ ควรอ่านอะไรบ้างเพื่อฝึก Reading
อ่านบทความสารคดีภาษาอังกฤษสำหรับผู้อ่านทั่วไป ความยาว 400–700 คำ หัวข้อแนวสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี การศึกษา และเศรษฐกิจระดับข่าว วันละ 1 บทความ จับเวลา 10 นาที แล้วสรุปใจความเป็นภาษาไทย 2 บรรทัด
ถ้าศัพท์ไม่แข็ง จะทำ Reading ทันไหม
ทันได้ในระดับหนึ่ง เพราะคำถามส่วนใหญ่ต้องการให้หาหลักฐานในบทอ่าน ไม่ใช่แปลทุกคำ ให้เดาความหมายจากบริบทและโฟกัสคำที่ขัดขวางความเข้าใจจริง ๆ แต่ระยะยาวควรเก็บศัพท์เชิงวิเคราะห์ เช่น claim, factor, decline, sufficient ควบไปด้วย
ถ้าติดข้อเดียวนานควรทำยังไง
กาไว้แล้วข้ามทันทีเมื่อใช้เวลาเกินประมาณ 1 นาทีครึ่ง เพราะทุกข้อมีค่าคะแนนเท่ากัน การค้างข้อยากมักทำให้เสียข้อง่ายท้ายชุดไปหลายข้อ แล้วกลับมาทำตอนจบพาร์ตถ้าเวลาเหลือ
คอร์สแนะนำจากพี่หมอนิริน
คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG
- ✅ เนื้อหาครอบคลุมอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด ปูพื้นฐานจนถึงทำโจทย์ทุกรูปแบบ
- ✅ ตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG พร้อมหลักการ สูตรลัด และเทคนิค
- ✅ หนังสือ 6 เล่ม ส่งฟรีถึงบ้าน
- ✅ มีทีมติวเตอร์ช่วยตอบคำถามระหว่างเรียน
- ✅ เรียนได้ทั้งคอม มือถือ และแท็บเล็ต
ราคาพิเศษ
5,990 บาท
สมัครเรียนทาง LINE @englishnirin
แอดไลน์ @englishnirin แล้วพิมพ์ว่า “สนใจคอร์ส 5,990” ทีมงานจะส่งรายละเอียดและวิธีสมัครให้
ดูรีวิวคะแนนจากน้อง ๆ · ดูรายละเอียดคอร์สอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด

