สรุปคำตอบสั้น ๆ
TGAT ENG ไม่มีพาร์ต Error Identification แยกออกมา แกรมม่าจึงไม่ได้ถูกถามตรง ๆ แต่ซ่อนอยู่ในช่องว่างของ Text Completion และในบทสนทนา ส่วน A-Level อังกฤษ วัดโครงสร้างภาษาชัดกว่าในพาร์ต Writing 20 ข้อ สรุปคือ grammar tgat ต้องแม่นแบบ “ใช้เลือกคำลงช่องว่าง” ไม่ใช่แบบท่องกฎเพื่อไล่หาจุดผิด
ประเด็นสำคัญ
- TGAT ENG 60 ข้อ 60 นาที ไม่มีพาร์ตชี้จุดผิด (Error Identification) แบบข้อสอบรุ่นเก่า
- แกรมม่าใน TGAT โผล่ที่ Text Completion ราว 15 ข้อ และแฝงในตัวเลือกของ Conversation
- A-Level อังกฤษ 80 ข้อ 90 นาที มีพาร์ต Writing 20 ข้อ ที่ต้องใช้โครงสร้างประโยคเต็ม ๆ
- 7 เรื่องที่คุ้มอ่านที่สุด: tense เทียบเวลา, verb pattern, คำเชื่อม, relative clause, passive, if-clause, subject-verb agreement
- ท่องกฎอย่างเดียวไม่พอ ต้องฝึกอ่านบริบทรอบช่องว่างก่อนแล้วค่อยตัดตัวเลือก
🎯 อยากอัปคะแนน TGAT + A-Level ENG ให้ถึง 80–90+? ดูคอร์สอังกฤษ TCAS + ตะลุยโจทย์ 5,990 บาท หรือ ทัก LINE @englishnirin
Grammar TGAT ออกตรง ๆ ไหม หรือมีแค่แฝงในข้อสอบ
ตอบสั้น ๆ ก่อน: TGAT ENG ไม่มีพาร์ตแกรมม่าแยกออกมาเป็นของตัวเอง ไม่มีข้อที่ขีดเส้นใต้คำ 4 จุดแล้วให้เลือกว่าจุดไหนผิด (Error Identification) แบบข้อสอบภาษาอังกฤษรุ่นก่อน แต่แกรมม่ายังมีผลกับคะแนนอยู่ เพราะมันไปอยู่ในช่องว่างที่ต้องเติมและในตัวเลือกที่ต้องตัดทิ้ง
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยมากคือ นักเรียนได้ยินว่า “TGAT ตัดแกรมม่าออกแล้ว” เลยข้ามไม่อ่านเลย พอเข้าห้องสอบก็เจอช่องว่างที่ตัวเลือกทั้งสี่เป็นคำเดียวกันแต่ผันคนละรูป เช่น to reduce / reducing / reduced / reduces แล้วเดาไม่ออก อีกฝั่งหนึ่งก็สุดโต่งไปอีกทาง คือไปนั่งไล่ทำโจทย์ชี้จุดผิดเป็นร้อยข้อ ทั้งที่รูปแบบคำถามนั้นไม่ได้อยู่ในข้อสอบแล้ว
ทางที่ถูกอยู่ตรงกลาง คือแม่นแกรมม่า “เท่าที่ใช้ตัดตัวเลือกได้” แล้วเอาเวลาที่เหลือไปฝึกอ่านจับใจความ ถ้ายังไม่เห็นภาพรวมว่าข้อสอบแต่ละพาร์ตหน้าตาเป็นยังไง แนะนำให้อ่าน สรุปข้อสอบ TGAT ENG ทุกพาร์ต ควบคู่ไปด้วย
แกรมม่าใน TGAT ENG ซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง
TGAT ENG (TGAT1) มี 60 ข้อ 100 คะแนน เวลา 60 นาที แบ่งเป็นสองฝั่งใหญ่คือทักษะการพูดและทักษะการอ่าน แกรมม่าแทรกอยู่ในทั้งสองฝั่ง แต่น้ำหนักไม่เท่ากัน
| พาร์ต | จำนวนข้อโดยประมาณ | แกรมม่ามีผลแค่ไหน |
|---|---|---|
| Question–Response | 10 ข้อ | น้อย เน้นความเหมาะสมของคำตอบมากกว่ารูปประโยค แต่รูปคำถาม (Wh-/Yes-No) ช่วยตัดตัวเลือกได้ |
| Short Conversations | ราว 10 ข้อ | ปานกลาง ต้องแยก tense และ modal ให้ออกว่าเป็นเรื่องที่เกิดแล้วหรือกำลังจะเกิด |
| Long Conversations | 10 ข้อ | ปานกลาง เน้นคำเชื่อมและ reference word (it, this, that) เพื่อไล่ว่าใครพูดถึงอะไร |
| Text Completion | ราว 15 ข้อ | มากที่สุด เป็นจุดที่แกรมม่าตัดสินคำตอบตรง ๆ |
| Reading Comprehension | 15 ข้อ | น้อย แต่ประโยคซ้อนยาว ๆ อ่านไม่ออกถ้าไม่รู้จัก relative clause |
ถ้าจะจัดลำดับความคุ้ม ให้โฟกัสที่ Text Completion ก่อน เพราะเป็นพาร์ตเดียวที่ “รู้กฎแล้วได้คะแนนทันที” ไม่ต้องตีความอะไรเพิ่ม ขณะที่พาร์ตอ่านจับใจความต้องใช้ทั้งศัพท์และการตีความประกอบกัน
A-Level อังกฤษ ใช้แกรมม่าหนักกว่า TGAT ตรงไหน
A-Level อังกฤษ (รหัส 82) มี 80 ข้อ 100 คะแนน เวลา 90 นาที และมีพาร์ต Writing 20 ข้อ ที่ต้องใช้โครงสร้างประโยคเต็ม ๆ ซึ่ง TGAT ไม่มี พาร์ตนี้แบ่งเป็นการเติมข้อความให้เข้ากับบริบท และการเรียงประโยคให้เป็นย่อหน้าที่อ่านรู้เรื่อง
การเรียงย่อหน้าคือจุดที่หลายคนไม่ทันคิดว่าเป็นแกรมม่า แต่จริง ๆ แล้วคำที่ชี้ทางว่าประโยคไหนมาก่อนมาหลัง คือคำเชื่อมและ reference word ล้วน ๆ เช่น However บอกว่าประโยคก่อนหน้าต้องพูดคนละทาง, This trend บอกว่าก่อนหน้านี้ต้องมีการพูดถึงแนวโน้มมาแล้ว ใครแม่นเรื่องนี้จะเรียงได้เร็วมากโดยแทบไม่ต้องอ่านทั้งย่อหน้า
| ประเด็น | TGAT ENG | A-Level อังกฤษ |
|---|---|---|
| พาร์ตแกรมม่าแยกเฉพาะ | ไม่มี | ไม่มีชื่อว่า Grammar แต่พาร์ต Writing ใช้โครงสร้างเต็ม ๆ |
| ข้อที่แกรมม่าชี้ขาดคำตอบ | ส่วนใหญ่อยู่ที่ Text Completion | อยู่ที่ Writing และบางข้อของ Reading |
| ความยาวประโยคที่ต้องอ่าน | สั้น–กลาง | ยาวกว่า มีประโยคซ้อนหลายชั้น |
| ทักษะที่ต้องฝึกคู่กัน | จับใจความบทสนทนา | เรียงลำดับความคิดเป็นย่อหน้า |
เพราะฉะนั้นถ้าต้องสอบทั้งสองสนาม แกรมม่าชุดเดียวกันใช้ได้ทั้งคู่ แต่ต้องฝึก “วิธีถาม” ให้ครบทั้งสองแบบ รายละเอียดพาร์ตของอีกสนามหนึ่งอ่านเพิ่มได้ที่ หน้าสรุปข้อสอบ A-Level อังกฤษ
7 เรื่อง grammar ที่ต้องแม่นก่อนลงสนามจริง
เลือกมาจากเรื่องที่ “ตัดตัวเลือกได้จริง” ในโจทย์ทั้งสองสนาม ไม่ใช่เรื่องที่ครบตามตำราแต่ไม่เคยถูกถาม
1) Tense ที่ใช้เทียบลำดับเวลา
โจทย์ไม่ได้ถามว่า Past Perfect คืออะไร แต่จะวางเหตุการณ์สองอันในประโยคเดียวแล้วดูว่าเราแยกออกไหมว่าอันไหนเกิดก่อน หลักที่ใช้ได้เกือบทุกข้อคือ มีตัวบอกเวลาชัด (yesterday, last week) ใช้ Past Simple, มีสองเหตุการณ์ในอดีตที่ต้องเรียงลำดับ ใช้ Past Perfect กับอันที่เกิดก่อน, มีผลต่อเนื่องถึงตอนนี้ (already, since, so far) ใช้ Present Perfect
ผิด: When we arrived, the meeting already started.
ถูก: When we arrived, the meeting had already started. — เพราะการประชุมเริ่มก่อนที่เราจะไปถึง
2) Verb pattern (to + V1 / V-ing)
เรื่องนี้ออกบ่อยมากในช่องว่าง และเป็นเรื่องที่ท่องแล้วได้คะแนนทันทีเพราะไม่ต้องตีความ กลุ่มที่ควรจำให้แม่นคือ คำที่ตามด้วย to + V1 เช่น decide, plan, agree, afford, refuse และคำที่ตามด้วย V-ing เช่น avoid, suggest, enjoy, consider, finish
ผิด: She suggested to take the earlier train.
ถูก: She suggested taking the earlier train.
3) คำเชื่อมและ transition
เป็นพระเอกของทั้ง Text Completion และการเรียงย่อหน้า วิธีคิดง่าย ๆ คืออ่านประโยคหน้าและหลังช่องว่าง แล้วถามตัวเองว่าสองประโยคนี้ “ไปทางเดียวกัน” (moreover, in addition, therefore) หรือ “สวนทางกัน” (however, nevertheless, on the other hand) หรือ “ยกตัวอย่าง” (for instance, such as)
ผิด: The app is free. Moreover, it does not work offline.
ถูก: The app is free. However, it does not work offline. — ประโยคหลังเป็นข้อเสีย จึงต้องใช้คำสวนทาง
4) Relative clause (who / which / that / whose)
ไม่ค่อยถูกถามตรง ๆ แต่จำเป็นมากตอนอ่านประโยคยาวในพาร์ต Reading เพราะถ้าแยกไม่ออกว่าส่วนขยายจบตรงไหน จะหาประธานกับกริยาหลักของประโยคไม่เจอ และตอบผิดทั้งที่รู้ศัพท์หมด
ผิด: The student which won the contest is my classmate.
ถูก: The student who won the contest is my classmate.
5) Passive voice
ภาษาที่ใช้ในข่าว ประกาศ และบทความวิชาการซึ่งเป็นเนื้อหาที่ข้อสอบชอบหยิบมาใช้ เต็มไปด้วยรูป passive วิธีเช็กเร็ว ๆ คือถามว่าประธานเป็นคนทำ หรือเป็นคนถูกกระทำ ถ้าถูกกระทำต้องมี verb to be + V3 เสมอ
ผิด: The results will announce next Monday.
ถูก: The results will be announced next Monday.
6) If-clause
จำแค่ว่า “เป็นไปได้จริง” ใช้ If + Present Simple, will + V1 ส่วน “สมมติขัดความจริงในปัจจุบัน” ใช้ If + Past Simple, would + V1 และ “เสียดายอดีต” ใช้ If + had + V3, would have + V3 เท่านี้พอสำหรับข้อสอบระดับนี้
ผิด: If I had more time, I will join the club.
ถูก: If I had more time, I would join the club.
7) Subject–verb agreement
จุดที่พลาดกันเยอะคือเมื่อมีส่วนขยายยาว ๆ คั่นระหว่างประธานกับกริยา ให้ลองปิดส่วนขยายด้วยนิ้วแล้วอ่านเฉพาะประธานกับกริยา จะเห็นทันทีว่าต้องเติม s หรือไม่
ผิด: The list of approved documents were posted online.
ถูก: The list of approved documents was posted online. — ประธานคือ the list ไม่ใช่ documents
โจทย์ตัวอย่าง พร้อมเฉลยและเหตุผล
ทั้งหมดเป็นโจทย์ตัวอย่างที่แต่งขึ้นตามรูปแบบข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบจริง ลองทำก่อนดูเฉลย แล้วสังเกตว่าตัวลวงแต่ละตัวหลอกด้วยวิธีไหน
ข้อ 1 (แนว Text Completion)
Many schools have started using digital forms. ______, some parents still prefer printed copies.
ก. Therefore ข. However ค. For example ง. In addition
เฉลย ข. ประโยคแรกบอกว่าโรงเรียนเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัล ประโยคหลังบอกว่าผู้ปกครองบางส่วนยังชอบกระดาษ สองประโยคสวนทางกัน จึงต้องใช้คำเชื่อมแบบขัดแย้ง ตัวลวงข้อนี้คือ ง. ที่แปลว่า “นอกจากนี้” ซึ่งใช้ได้เฉพาะเมื่อสองประโยคไปทางเดียวกัน
ข้อ 2 (แนว Text Completion)
The committee decided ______ the deadline by two weeks.
ก. extending ข. extend ค. to extend ง. extended
เฉลย ค. decide เป็นกริยากลุ่มที่ตามด้วย to + V1 เสมอ ข้อนี้ไม่ต้องอ่านบริบทเลยก็ตอบได้ เป็นตัวอย่างชัดว่าทำไม verb pattern ถึงคุ้มค่าท่อง
ข้อ 3 (แนว Conversation)
A: I couldn’t find you at the library yesterday.
B: Sorry, I ______ before you got there.
ก. leave ข. am leaving ค. had left ง. will leave
เฉลย ค. มีสองเหตุการณ์ในอดีต คือ B ออกไปแล้ว กับ A มาถึง เหตุการณ์ที่เกิดก่อนต้องใช้ Past Perfect ตัวลวงคือ ง. ที่ดูเข้ากับคำว่า before แต่ทั้งบทสนทนาพูดถึงเมื่อวาน จึงเป็นอนาคตไม่ได้
ข้อ 4 (แนว Reading ที่ต้องแยกโครงสร้าง)
The program, which was launched by a group of volunteers last year, now ______ more than fifty schools.
ก. serve ข. serves ค. serving ง. to serve
เฉลย ข. ปิดส่วนที่คั่นด้วย which ทิ้งไป จะเหลือ The program now ______ more than fifty schools. ประธานเอกพจน์จึงต้องเติม s ข้อนี้คือเหตุผลว่าทำไม relative clause กับ subject–verb agreement ต้องแม่นไปพร้อมกัน
ข้อ 5 (แนวเรียงย่อหน้า A-Level)
ถ้าเจอประโยคที่ขึ้นต้นว่า This change, however, came with a cost. ประโยคนี้เป็นประโยคแรกของย่อหน้าไม่ได้เลย เพราะคำว่า This change ต้องอ้างถึงการเปลี่ยนแปลงที่ถูกพูดถึงไปแล้ว และ however ต้องมีเนื้อหาที่ขัดกันมาก่อน เทคนิคนี้ช่วยตัดตัวเลือกได้เร็วโดยไม่ต้องอ่านครบทุกประโยค
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากมีคนช่วยตรวจว่าเราคิดถูกทางไหม? คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG มีเฉลยแบบอธิบายเหตุผลทุกตัวเลือก และมีทีมติวเตอร์ตอบคำถามให้
เรื่องแกรมม่าที่ไม่ต้องทุ่มเวลาอ่าน
นี่คือจุดที่ข้อมูลตามเว็บส่วนใหญ่ยังตกยุค หลายที่ยังบอกว่าแกรมม่าของ TGAT ออกใน “Cloze Test, Reading และ Error Identification” ซึ่งชื่อพาร์ตสุดท้ายไม่มีอยู่ในข้อสอบปัจจุบันแล้ว ผลคือมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยเสียเวลาไปกับการฝึกไล่หาจุดผิดในประโยค ทั้งที่ข้อสอบไม่ได้ถามแบบนั้น
เรื่องที่ปล่อยไว้ทีหลังได้ถ้าเวลาเหลือน้อย
- กฎยิบย่อยของ article (a/an/the) กับคำนามนับไม่ได้ ที่แทบไม่เคยเป็นตัวชี้ขาดคำตอบ
- Inversion แบบวรรณกรรม เช่น Never have I seen… ซึ่งเจอน้อยมากในข้อสอบระดับนี้
- การแยกชื่อเรียกทางไวยากรณ์ เช่น ท่องให้ได้ว่าอันไหนคือ gerund phrase หรือ participial phrase — รู้ชื่อไม่ได้ช่วยให้ตอบถูก
- การท่องรายการ irregular verb ทั้งเล่มรวดเดียว สู้จำเฉพาะตัวที่โผล่ในโจทย์ที่ทำไปแล้วไม่ได้
หลักคิดคือ ถ้ากฎนั้นไม่เคยใช้ตัดตัวเลือกในโจทย์ที่เราทำมา ก็ยังไม่ใช่ลำดับความสำคัญของสัปดาห์นี้
แผนฝึกแกรมม่า 7 วัน สำหรับคนเวลาน้อย
ใช้ได้ทั้งคนที่เตรียม TGAT อย่างเดียว และคนที่ต้องสอบทั้งสองสนาม วันละประมาณ 40–50 นาที
| วัน | เรื่องที่ฝึก | สิ่งที่ต้องทำให้เสร็จ |
|---|---|---|
| 1 | Tense เทียบลำดับเวลา | สรุปหลักลงกระดาษ 1 หน้า + ทำโจทย์ 15 ข้อ |
| 2 | Verb pattern | ทำรายการกริยา 30 ตัวที่เจอบ่อย แยกสองคอลัมน์ |
| 3 | คำเชื่อมและ transition | จัดกลุ่มคำเชื่อมเป็น 3 กอง: ไปทางเดียวกัน / สวนทาง / ยกตัวอย่าง |
| 4 | Relative clause + subject–verb agreement | ฝึกปิดส่วนขยายในประโยคยาว 10 ประโยค |
| 5 | Passive + if-clause | ทำโจทย์ 15 ข้อ แล้วเขียนเหตุผลกำกับทุกข้อที่ผิด |
| 6 | รวมทุกเรื่อง | ทำ Text Completion จับเวลา 2 ชุด ชุดละ 15 นาที |
| 7 | ทบทวนเฉพาะข้อที่ผิด | อ่านสมุดข้อผิดของตัวเองอย่างเดียว ไม่ทำโจทย์ใหม่ |
หัวใจอยู่ที่วันที่ 5 และ 7 คือการเขียนเหตุผลกำกับข้อที่ผิด เพราะข้อที่เดาถูกกับข้อที่เข้าใจจริงให้คะแนนเท่ากันในวันฝึก แต่ให้ผลต่างกันมากในวันสอบ ใครอยากได้ชุดโจทย์ที่มีเฉลยอธิบายเหตุผลครบทุกข้อพร้อมคนคอยตอบคำถาม ลองดู คอร์สอังกฤษสำหรับเตรียม TCAS ของพี่หมอนิริน เป็นตัวช่วยได้
จุดที่นักเรียนพลาดบ่อยเวลาอ่านแกรมม่า
จากการสอนและตรวจงานนักเรียนที่เตรียมสอบทั้งสองสนาม รูปแบบความพลาดซ้ำ ๆ มีอยู่ไม่กี่แบบ
- อ่านกฎแต่ไม่เคยทำโจทย์ — อ่านจบแล้วรู้สึกว่าเข้าใจ แต่พอเจอตัวเลือกสี่ตัวที่หน้าตาคล้ายกันก็เลือกไม่ได้ ควรอ่านกฎสั้น ๆ แล้วทำโจทย์ทันทีในคาบเดียวกัน
- ดูแค่คำในช่องว่าง ไม่ดูประโยคข้าง ๆ — โดยเฉพาะข้อคำเชื่อม ที่คำตอบอยู่ในประโยคก่อนหน้า ไม่ได้อยู่ในประโยคที่มีช่องว่าง
- แปลทั้งประโยคก่อนค่อยตอบ — ทำให้เสียเวลาเกินงบ ทั้งที่หลายข้อดูแค่รูปกริยาก็ตอบได้ ลองแยกให้ออกว่าข้อไหนเป็น “ข้อกฎ” และข้อไหนเป็น “ข้อบริบท”
- ท่องคำแปลของคำเชื่อมเป็นไทยคำเดียว — เช่น จำว่า however แปลว่า “อย่างไรก็ตาม” แต่ไม่รู้ว่ามันบังคับให้เนื้อหาสองฝั่งต้องขัดกัน ทำให้ตอบข้อเรียงย่อหน้าไม่ได้
- ฝึกแกรมม่าอย่างเดียวจนลืมจับเวลา — แกรมม่าแม่นแต่ทำไม่ทันก็ไม่ได้คะแนน ควรสลับไปทำชุดจับเวลาอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
ถ้าแก้ห้าข้อนี้ได้ คะแนนพาร์ตเติมคำจะขยับขึ้นก่อนเพื่อน เพราะเป็นพาร์ตที่คนส่วนใหญ่ปล่อยทิ้งด้วยความเข้าใจผิดว่า “TGAT ไม่ออกแกรมม่าแล้ว”
ควรเริ่มอ่านแกรมม่าตอนไหน ถึงจะทันปฏิทิน TCAS70
ตามปฏิทิน TCAS70 การสอบ TGAT จัดในช่วงปลายเดือนมกราคม 2570 และ A-Level อังกฤษ สอบกลางเดือนมีนาคม 2570 (ตรวจวันที่ล่าสุดกับ mytcas.com อีกครั้งก่อนวางแผน) แปลว่าถ้าเริ่มปูแกรมม่าตั้งแต่ช่วงปิดเทอม จะมีเวลาเหลือพอให้ไปทุ่มกับพาร์ตอ่านซึ่งใช้เวลาสร้างนานกว่า
สำหรับคนที่เหลือเวลาไม่ถึงเดือน ให้ตัดเหลือ 3 เรื่องคือ verb pattern, คำเชื่อม และ tense เทียบเวลา เพราะสามเรื่องนี้ครอบคลุมข้อเติมคำส่วนใหญ่ แล้วเอาเวลาที่เหลือไปฝึกทำข้อสอบจับเวลาแทน
คำถามที่พบบ่อย
TGAT มีข้อสอบ Error Identification ไหม
ไม่มีแล้ว TGAT ENG ไม่มีพาร์ตที่ขีดเส้นใต้คำแล้วให้เลือกจุดที่ผิดแบบข้อสอบรุ่นก่อน แกรมม่าถูกนำไปแทรกไว้ในพาร์ต Text Completion และในตัวเลือกของบทสนทนาแทน จึงไม่จำเป็นต้องฝึกโจทย์ชี้จุดผิดเป็นร้อยข้อ
grammar tgat ออกกี่ข้อ
ไม่มีตัวเลขตายตัวเพราะไม่ได้แยกเป็นพาร์ต แต่พาร์ตที่แกรมม่าชี้ขาดคำตอบมากที่สุดคือ Text Completion ซึ่งมีประมาณ 15 ข้อจาก 60 ข้อ ส่วนพาร์ตอื่นแกรมม่าช่วยตัดตัวเลือกได้บ้างแต่ไม่ใช่ตัวตัดสินหลัก
ถ้าแกรมม่าไม่แข็ง ควรเริ่มจากเรื่องไหนก่อน
เริ่มจาก verb pattern (คำไหนตามด้วย to + V1 คำไหนตามด้วย V-ing) และคำเชื่อม เพราะสองเรื่องนี้ตอบได้ทันทีที่จำได้ ไม่ต้องตีความบริบทมาก แล้วค่อยต่อด้วย tense ที่ใช้เทียบลำดับเวลา
แกรมม่าที่ใช้สอบ TGAT กับ A-Level เป็นชุดเดียวกันไหม
เนื้อหาแกรมม่าเป็นชุดเดียวกัน แต่รูปแบบคำถามต่างกัน TGAT เน้นเติมคำในช่องว่างสั้น ๆ ส่วน A-Level อังกฤษ มีพาร์ต Writing 20 ข้อ ที่รวมการเติมข้อความและการเรียงประโยคเป็นย่อหน้า จึงต้องฝึกทั้งสองรูปแบบถ้าสอบทั้งคู่
ต้องท่องกฎแกรมม่าทั้งเล่มไหม
ไม่ต้อง ให้ยึดหลักว่าอ่านเฉพาะกฎที่เคยใช้ตัดตัวเลือกได้จริงในโจทย์ที่ทำมา เรื่องอย่าง inversion แบบวรรณกรรมหรือกฎยิบย่อยของ article แทบไม่เคยเป็นตัวชี้ขาดคำตอบในข้อสอบระดับนี้
ฝึกแกรมม่าวันละเท่าไหร่ถึงจะพอ
วันละ 40–50 นาที ต่อเนื่องหนึ่งสัปดาห์ก็เห็นผลกับพาร์ตเติมคำแล้ว โดยแบ่งเป็นอ่านหลักสั้น ๆ ราว 15 นาที ที่เหลือทำโจทย์และเขียนเหตุผลกำกับข้อที่ผิด ซึ่งเป็นขั้นที่ทำให้จำได้จริง
คอร์สแนะนำจากพี่หมอนิริน
คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG
- ✅ เนื้อหาครอบคลุมอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด ปูพื้นฐานจนถึงทำโจทย์ทุกรูปแบบ
- ✅ ตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG พร้อมหลักการ สูตรลัด และเทคนิค
- ✅ หนังสือ 6 เล่ม ส่งฟรีถึงบ้าน
- ✅ มีทีมติวเตอร์ช่วยตอบคำถามระหว่างเรียน
- ✅ เรียนได้ทั้งคอม มือถือ และแท็บเล็ต
ราคาพิเศษ
5,990 บาท
สมัครเรียนทาง LINE @englishnirin
แอดไลน์ @englishnirin แล้วพิมพ์ว่า “สนใจคอร์ส 5,990” ทีมงานจะส่งรายละเอียดและวิธีสมัครให้
ดูรีวิวคะแนนจากน้อง ๆ · ดูรายละเอียดคอร์สอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด

