สรุปคำตอบสั้น ๆ
TGAT Reading ทำให้เร็วได้ด้วยการอ่านคำถามก่อน passage แล้วแยกว่าเป็นคำถามประเภทไหน Main idea ดูประโยคแรก–สุดท้าย Detail กับ Reference สแกนคีย์เวิร์ดแล้วอ่านแค่ 1–2 ประโยครอบ ๆ ส่วน Inference เลือกตัวที่มีหลักฐานใน passage พาร์ต Reading มีประมาณ 30 ข้อ เฉลี่ยราว 1 นาทีต่อข้อ
ประเด็นสำคัญ
- อ่านคำถามก่อน แล้วค่อยกลับไปอ่าน passage แบบมีเป้าหมาย ไม่ต้องอ่านละเอียดทุกคำตั้งแต่ต้น
- แยกคำถามให้ออกเป็น 5 ประเภท: Main idea, Detail, Reference, Vocabulary in context และ Inference
- คำตอบที่ถูกมักถูก paraphrase — ตัวเลือกที่ลอกคำจาก passage ตรง ๆ มักเป็นตัวลวง
- ข้อ Inference เลือกตัวที่มีหลักฐานในเนื้อเรื่องรองรับ ไม่ใช่ตัวที่เป็นความจริงในโลกทั่วไป
- ฝึกเฉลยแบบอธิบายว่าทำไมตัวเลือกอื่นผิด จะช่วยให้เร็วขึ้นมากกว่าทำโจทย์เยอะอย่างเดียว
🎯 อยากอัปคะแนน TGAT + A-Level ENG ให้ถึง 80–90+? ดูคอร์สอังกฤษ TCAS + ตะลุยโจทย์ 5,990 บาท หรือ ทัก LINE @englishnirin
หลายคนบอกว่า “อ่านรู้เรื่อง แต่ทำไม่ทัน” หรือ “อ่านจบแล้วกลับไปหาคำตอบไม่เจอ” ใน TGAT Reading ปัญหานี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากศัพท์ไม่พอ แต่มาจากการอ่าน passage แบบไม่มีเป้าหมาย บทความนี้จะพาแยกคำถาม Reading ใน TGAT1 ออกเป็น 5 ประเภท แล้วบอกว่าแต่ละประเภทต้องไปหาคำตอบตรงไหนของ passage พร้อมโจทย์ตัวอย่างที่แต่งขึ้นตามรูปแบบข้อสอบ และเฉลยว่าทำไมตัวเลือกอื่นผิด
TGAT Reading มีกี่ข้อ และมีเวลาแค่ไหน
TGAT1 (English Communication) มีทั้งหมด 60 ข้อ 100 คะแนน เวลา 60 นาที โดยครึ่งหนึ่งเป็นพาร์ต Reading Skills ราว 30 ข้อ แบ่งเป็น Text Completion และ Reading Comprehension อย่างละประมาณ 15 ข้อ รายละเอียดโครงสร้างทั้งฉบับอ่านเพิ่มได้ที่ สรุปข้อสอบ TGAT ENG ทุกพาร์ต
| พาร์ตย่อยใน Reading | จำนวนข้อ (โดยประมาณ) | ลักษณะ | ต้องอ่านแบบไหน |
|---|---|---|---|
| Text Completion | ~15 ข้อ (2 passage) | เติมคำ/วลีในช่องว่างของบทความ | อ่านรอบช่องว่าง 1–2 ประโยค ดูไวยากรณ์ + ความหมายต่อเนื่อง |
| Reading Comprehension | ~15 ข้อ (3 passage ยาวราว 100–200 คำ) | ตอบคำถามจากเนื้อเรื่อง | อ่านคำถามก่อน แล้ว skim + scan ตามประเภทคำถาม |
เมื่อทั้งฉบับมี 60 ข้อใน 60 นาที เวลาเฉลี่ยจึงอยู่ที่ประมาณ 1 นาทีต่อข้อ ถ้าใช้เวลาอ่าน passage เดียวนานเกินไป ข้อท้าย ๆ จะไม่มีเวลาคิด ดังนั้นเป้าหมายของเทคนิคด้านล่างคือ “อ่านเท่าที่จำเป็นต่อการตอบ” ไม่ใช่อ่านให้เข้าใจทุกคำ
ทำไมอ่าน passage จบแล้วยังหาคำตอบไม่เจอ
สาเหตุหลักคือเราอ่าน passage ก่อนโดยยังไม่รู้ว่าจะถูกถามอะไร สมองเลยพยายามจำทุกรายละเอียด พอเจอคำถามก็ต้องย้อนกลับไปอ่านใหม่อีกรอบ เท่ากับอ่านซ้ำสองเท่า
จากที่พี่สอนมา จุดที่นักเรียนติดบ่อยมีแค่ไม่กี่แบบ:
- อ่านจากบนลงล่างละเอียดทุกคำ — เสียเวลากับประโยคที่ไม่มีคำถามถามถึงเลย
- หยุดแปลศัพท์ที่ไม่รู้ทุกคำ — ทั้งที่หลายคำไม่กระทบคำตอบ หรือเดาจากบริบทได้
- เลือกตัวเลือกที่มีคำเหมือนใน passage เป๊ะ — ข้อสอบมักใช้ตรงนี้เป็นตัวลวง
- ตอบข้อ Inference ด้วยความรู้รอบตัว — ตัวเลือกอาจจริงในชีวิตจริง แต่ passage ไม่ได้บอก
ทั้งหมดนี้แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนลำดับการอ่าน และรู้ว่าคำถามแต่ละแบบต้องการข้อมูลตรงไหน
อ่าน passage TGAT ยังไงให้เจอคำตอบเร็ว: 4 ขั้นตอน
ทำตามลำดับนี้ทุก passage จนเป็นนิสัย แล้วความเร็วจะมาเอง
- อ่านคำถามทุกข้อของ passage นั้นก่อน (ไม่ต้องอ่านตัวเลือก) — ขีดคีย์เวิร์ดในคำถาม เช่น ชื่อคน ตัวเลข ปี หรือคำนามเฉพาะ และจดว่าแต่ละข้อเป็นประเภทไหน
- Skim ทั้งเรื่องแบบเร็ว — อ่านชื่อเรื่อง ประโยคแรกของแต่ละย่อหน้า และประโยคสุดท้ายของเรื่อง เพื่อรู้ว่าเรื่องพูดถึงอะไรและแต่ละย่อหน้าทำหน้าที่อะไร
- Scan หาจุดของแต่ละข้อ — ใช้คีย์เวิร์ดจากขั้นที่ 1 วิ่งหาตำแหน่งใน passage แล้วอ่านละเอียดแค่ประโยคนั้นกับประโยคก่อน–หลัง
- ตัดตัวลวงก่อนเลือก — ตัดตัวที่ขัดกับเนื้อเรื่อง ตัวที่เนื้อเรื่องไม่ได้พูดถึง และตัวที่กว้างหรือแคบเกินไป ตัวที่เหลือคือคำตอบ
ข้อสำคัญ: ถ้าข้อไหนหา 1 นาทีแล้วยังไม่เจอ ให้เดาตัวที่ตัดเหลือแล้วทำเครื่องหมายไว้ กลับมาดูตอนท้ายถ้ามีเวลา อย่าให้ข้อเดียวกินเวลาของข้ออื่น
ข้อสอบ Reading TGAT มีคำถามกี่ประเภท และหาคำตอบตรงไหน
คำถาม Reading Comprehension ใน TGAT แบ่งได้เป็น 5 ประเภทหลัก แต่ละแบบมี “ตำแหน่งคำตอบ” และ “กับดัก” ของตัวเอง ใช้ตารางนี้เป็นแผนที่ตอนฝึก
| ประเภทคำถาม | ตัวอย่างคำถาม | คำตอบมักอยู่ตรงไหน | กับดักที่เจอบ่อย |
|---|---|---|---|
| Main idea / Best title | What is the passage mainly about? | ประโยคแรก–สุดท้ายของเรื่อง + คำที่ถูกพูดซ้ำ | ตัวเลือกที่พูดถึงรายละเอียดแค่ย่อหน้าเดียว (แคบเกิน) หรือกว้างเกินเรื่อง |
| Detail / True–False | According to the passage, … ? / Which is NOT true? | ประโยคที่มีคีย์เวิร์ดจากคำถาม | ตัวเลือกที่ใช้คำเดียวกับ passage แต่เปลี่ยนความหมาย เช่น เปลี่ยนตัวเลขหรือคนทำ |
| Reference | The word “they” in line 3 refers to … | คำนามที่อยู่ก่อนหน้าคำนั้น (มักในประโยคก่อน) | คำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดแต่ไม่เข้ากับกริยาหรือพจน์ |
| Vocabulary in context | The word “hassle” is closest in meaning to … | ประโยคที่มีคำนั้น + ประโยคก่อน/หลัง | ความหมายหลักของคำในพจนานุกรม ซึ่งไม่ตรงกับบริบทนี้ |
| Inference | What can be inferred from the passage? | ย่อหน้าท้าย หรือประโยคที่บอกผล/ความเห็นของผู้เขียน | ตัวเลือกที่ “น่าจะจริง” ในชีวิตจริง แต่ไม่มีหลักฐานใน passage |
1. Main idea / Best title: มองภาพรวม ไม่ใช่ย่อหน้าเดียว
คำตอบของข้อ Main idea ต้องครอบคลุม “ทั้งเรื่อง” วิธีที่เร็วที่สุดคืออ่านประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของ passage แล้วถามตัวเองว่า “เรื่องนี้เล่าเกี่ยวกับใคร ทำอะไร แล้วผลเป็นยังไง” จากนั้นดูคำที่ถูกพูดซ้ำหลายครั้ง คำนั้นมักอยู่ในคำตอบที่ถูก (หรือเป็นคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน)
ตัดตัวเลือกที่เป็นรายละเอียดของย่อหน้าเดียวทิ้งได้ทันที เพราะถูกแต่ “แคบเกิน” ส่วนตัวเลือกที่พูดกว้างจนใช้กับบทความไหนก็ได้ ก็ “กว้างเกิน” เช่นกัน
2. Detail / True–False: สแกนคีย์เวิร์ด แล้วจับ paraphrase
คำถามที่ขึ้นต้นด้วย According to the passage คือข้อ Detail ให้เลือกคีย์เวิร์ดที่ “หายาก” ในคำถาม เช่น ตัวเลข ชื่อเฉพาะ หรือคำนามที่ไม่ธรรมดา แล้วสแกนหาใน passage อ่านแค่ประโยคนั้นกับประโยครอบ ๆ
คำตอบที่ถูกมักเขียนด้วยคำใหม่ (paraphrase) เช่น passage เขียน installed refill stations แต่ตัวเลือกเขียน set up places to refill water ส่วนตัวเลือกที่ลอกคำจาก passage มาทั้งวลีมักเปลี่ยนรายละเอียดเล็ก ๆ ไปหนึ่งจุด เช่น “free” แทน “low-cost” ต้องเช็กให้ครบทุกคำ
ข้อ NOT true / EXCEPT ให้ทำกลับด้าน: เช็กทีละตัวเลือกว่ามีใน passage ไหม ตัวที่หาไม่เจอหรือขัดกับเนื้อเรื่องคือคำตอบ
3. Reference: ย้อนหาคำนามที่ตรงทั้งพจน์และความหมาย
คำอย่าง it, they, this, these, which มักชี้กลับไปหาคำนามในประโยคก่อนหน้า วิธีเช็กเร็วคือ ลองเอาตัวเลือกไปแทนคำนั้นในประโยค ถ้าอ่านแล้วความหมายยังเข้ากับกริยาเดิม (เช่น they worried ต้องเป็นสิ่งที่ “กังวลได้” คือคน) ตัวนั้นถูก
ระวังคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด เพราะไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบเสมอไป ต้องดูพจน์ (เอกพจน์/พหูพจน์) และดูว่าใครเป็นผู้ทำกริยาได้จริง
4. Vocabulary in context: เดาจากประโยครอบ ๆ ก่อนดูตัวเลือก
อย่าเพิ่งมองตัวเลือก ให้ปิดคำนั้นแล้วลองเดาจากบริบทว่าควรเป็นคำประมาณไหน บวกหรือลบ (positive/negative) จากนั้นค่อยหาตัวเลือกที่ใกล้ที่สุด วิธีนี้ช่วยกันไม่ให้ถูกดึงด้วยความหมายที่เราคุ้นเคย เพราะข้อสอบชอบใช้คำที่มีหลายความหมาย แล้วถามความหมายรองในบริบทนั้น
สังเกตคำเชื่อมรอบ ๆ ด้วย เช่น however, but บอกว่าความหมายตรงข้ามกับส่วนก่อนหน้า ส่วน and, also, such as บอกว่าไปทางเดียวกัน
5. Inference: ต้องมีหลักฐานใน passage เสมอ
ข้อ Inference ถามสิ่งที่เรื่อง “ไม่ได้พูดตรง ๆ แต่สรุปได้” คำตอบที่ถูกจะเป็นข้อสรุปที่ ชี้กลับไปหาประโยคใดประโยคหนึ่งได้ เสมอ ให้ถามตัวเองทุกตัวเลือกว่า “ประโยคไหนใน passage ทำให้เราคิดแบบนี้” ถ้าตอบไม่ได้ ตัดทิ้ง
ตัวลวงของ Inference มี 3 แบบหลัก: ข้อสรุปที่สุดโต่งเกินไป (always, never, all), ข้อสรุปที่ขัดกับเนื้อเรื่อง และข้อสรุปที่เป็นความรู้รอบตัวแต่เรื่องไม่ได้ให้ข้อมูล
โจทย์ตัวอย่าง TGAT Reading พร้อมเฉลยอธิบายทุกตัวเลือก
หมายเหตุ: โจทย์ตัวอย่างที่แต่งขึ้นตามรูปแบบข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบจริง ลองจับเวลาทำ 5 ข้อภายใน 5–6 นาที
(1) When Riverside High School removed plastic water bottles from its canteen last year, many students complained. (2) They worried that finding drinking water would become a daily hassle. (3) The school responded by installing six refill stations near classrooms and the sports field. (4) Within one term, the amount of plastic waste collected on campus dropped noticeably, and the cleaning staff reported fewer overflowing bins. (5) Some students still forget their bottles, so the student council now sells low-cost reusable ones at the entrance. (6) The principal admits the plan was not perfect at first. (7) However, she believes the change has taught students that small daily habits can have a visible impact. (8) Other schools in the district have since asked to visit the campus to see how the system works.
ข้อ 1 (Main idea): What is the passage mainly about?
A) Why students dislike the school canteen
B) How a school’s plan to cut plastic bottles worked out
C) The cost of building water refill stations
D) The duties of the student council
เฉลย B — ประโยคแรกเปิดเรื่องว่าโรงเรียนเลิกขายขวดพลาสติก ประโยคกลางเล่าวิธีแก้และผล ประโยคท้ายบอกว่าโรงเรียนอื่นสนใจ ทั้งเรื่องคือ “แผนนี้เป็นยังไง”
A แคบเกินและผิดจุด นักเรียนบ่นเรื่องน้ำดื่ม ไม่ได้ไม่ชอบโรงอาหาร / C เรื่องไม่ได้พูดถึงค่าใช้จ่ายเลย / D student council อยู่แค่ประโยคที่ 5 (รายละเอียดเดียว)
ข้อ 2 (Detail): According to the passage, what did the school do after students complained?
A) It brought plastic bottles back to the canteen
B) It set up places to refill water around the campus
C) It gave every student a free bottle
D) It hired more cleaning staff
เฉลย B — ประโยคที่ 3 installing six refill stations ถูก paraphrase เป็น set up places to refill water
A ขัดกับเนื้อเรื่อง / C ตัวลวงแบบเปลี่ยนคำเดียว passage บอกว่า council ขาย “low-cost” ไม่ได้แจกฟรี / D cleaning staff ถูกพูดถึงในแง่ “รายงาน” ไม่ได้ถูกจ้างเพิ่ม
ข้อ 3 (Reference): The word “They” in sentence 2 refers to …
A) plastic water bottles
B) many students
C) the cleaning staff
D) refill stations
เฉลย B — “They worried” ผู้ที่กังวลได้ต้องเป็นคน และประโยคก่อนหน้าคือ many students complained
A เป็นคำนามพหูพจน์ที่อยู่ในประโยคก่อนเหมือนกัน แต่ขวดกังวลไม่ได้ / C และ D ยังไม่ถูกพูดถึงก่อนประโยคที่ 2
ข้อ 4 (Vocabulary in context): The word “hassle” in sentence 2 is closest in meaning to …
A) celebration
B) inconvenience
C) requirement
D) competition
เฉลย B — บริบทคือนักเรียน “บ่น” และ “กังวล” คำนี้จึงต้องเป็นความหมายเชิงลบ = เรื่องยุ่งยาก ไม่สะดวก
A เป็นบวก ขัดกับบริบท / C “สิ่งที่ต้องทำ” ไม่มีน้ำเสียงลบ / D ไม่เกี่ยวกับการหาน้ำดื่ม
ข้อ 5 (Inference): What can be inferred from the passage?
A) The plan failed and is likely to be cancelled.
B) Other schools may try a similar system.
C) Students no longer need to bring their own bottles.
D) The principal designed the refill stations herself.
เฉลย B — ประโยคที่ 8 โรงเรียนอื่นขอมาดูงานว่าระบบทำงานยังไง จึงสรุปได้ว่าอาจนำไปใช้บ้าง (ใช้ may ไม่ฟันธงเกินหลักฐาน)
A ขัดกับประโยคที่ 4 และ 7 ที่บอกผลดี / C ขัดกับประโยคที่ 5 ที่ยังต้องพกขวด / D ไม่มีข้อมูลว่าใครออกแบบ
สังเกตว่าทั้ง 5 ข้อ คำตอบที่ถูกไม่มีข้อไหนลอกคำจาก passage มาทั้งวลีเลย นี่คือเหตุผลที่ต้องฝึกจับ paraphrase ถ้าอยากฝึกต่อแบบครบทุกพาร์ต ดูได้ที่ แนวข้อสอบ TGAT ENG พร้อมเฉลยละเอียด
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากมีคนช่วยตรวจว่าเราคิดถูกทางไหม? คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG มีเฉลยแบบอธิบายเหตุผลทุกตัวเลือก และมีทีมติวเตอร์ตอบคำถามให้
Text Completion ต้องอ่านต่างจาก Reading Comprehension ยังไง
Text Completion ไม่ต้อง skim ทั้งเรื่องก่อน ให้อ่านทีละช่องว่าง โดยดูประโยคที่มีช่องว่างกับประโยคก่อน–หลังเท่านั้น เพราะคำถามวัดทั้งไวยากรณ์และความต่อเนื่องของความหมาย
- ดูไวยากรณ์ก่อน — ช่องว่างต้องการคำชนิดไหน (noun, verb, adjective), tense อะไร, เอกพจน์หรือพหูพจน์ ข้อนี้ตัดตัวเลือกได้ 1–2 ตัวทันที
- ดูคำเชื่อม — ถ้าช่องว่างเป็นคำเชื่อม ให้ดูความสัมพันธ์ของสองประโยค: ขัดแย้ง (however), เป็นเหตุผล (because, therefore), เพิ่มเติม (in addition)
- ดูน้ำเสียงของบทความ — จดหมายทางการ อีเมล หรือประกาศ จะใช้ภาษาคนละระดับ ตัวเลือกที่เป็นภาษาพูดเกินไปมักผิดในบทความทางการ
| Text Completion | Reading Comprehension | |
|---|---|---|
| อ่านอะไรก่อน | ประโยคที่มีช่องว่าง | คำถามทุกข้อของ passage |
| ขอบเขตที่อ่าน | 1–2 ประโยครอบช่องว่าง | skim ทั้งเรื่อง แล้ว scan จุดที่ถาม |
| วัดอะไรมาก | ไวยากรณ์ คำเชื่อม ศัพท์ในบริบท | ใจความ รายละเอียด การอนุมาน |
| กับดักหลัก | ความหมายถูกแต่ไวยากรณ์ผิด | คำเหมือน passage แต่ความหมายเปลี่ยน |
ฝึก TGAT Reading ยังไงให้เร็วขึ้นใน 2 สัปดาห์
ความเร็วไม่ได้มาจากการทำโจทย์จำนวนมาก แต่มาจากการ “รีวิวข้อผิด” ให้รู้ว่าผิดเพราะประเภทไหน ลองแผนนี้ วันละประมาณ 30–40 นาที
| ช่วง | ฝึกอะไร | เช็กอะไรหลังทำ |
|---|---|---|
| วัน 1–3 | วันละ 2 passage ไม่จับเวลา เน้นแยกประเภทคำถามให้ถูก | จดว่าแต่ละข้อเป็นประเภทไหน คำตอบอยู่ประโยคไหน |
| วัน 4–7 | วันละ 2–3 passage จับเวลา passage ละ 5–6 นาที | ข้อผิดเกิดจากประเภทไหนมากที่สุด |
| วัน 8–11 | ฝึก Text Completion สลับกับ Reading Comprehension | ผิดเพราะไวยากรณ์ หรือเพราะความหมาย |
| วัน 12–14 | ทำพาร์ต Reading ครบชุด จับเวลาเหมือนจริง | เวลาที่ใช้ต่อ passage และข้อที่ข้ามไว้ |
ทุกครั้งที่รีวิว ให้เขียนเหตุผลสั้น ๆ ว่า “ตัวเลือกที่เราเลือกผิดเพราะอะไร” เช่น แคบเกิน ไม่มีในเรื่อง หรือเปลี่ยนคำเดียว ทำไปไม่กี่วันจะเริ่มเห็นแพตเทิร์นของตัวลวง แล้วตัดตัวเลือกได้เร็วขึ้นมาก
ถ้าอยากได้โจทย์ที่แยกประเภทไว้ให้พร้อมเฉลยเหตุผลทุกตัวเลือก และมีคนช่วยดูว่าเราพลาดตรงไหน ลองดู คอร์สอังกฤษเตรียม TGAT ของพี่หมอนิริน ซึ่งฝึกแบบเดียวกับที่อธิบายในบทความนี้ ส่วนใครกำลังเทียบหลายที่อยู่ ใช้ เช็กลิสต์เลือกคอร์ส TGAT ENG ช่วยตัดสินใจได้ และอย่าลืมฝึกพาร์ต Speaking ควบคู่ด้วย อ่านต่อที่ เทคนิค Conversation TGAT1
จุดที่นักเรียนพลาดบ่อยในพาร์ต Reading
- เปลี่ยนคำตอบเพราะลังเล — ถ้าเลือกด้วยหลักฐานจาก passage แล้ว ไม่ควรเปลี่ยนเพียงเพราะรู้สึกว่าตัวอื่นฟังดูดีกว่า
- ข้ามคำปฏิเสธในคำถาม — NOT, EXCEPT, LEAST ทำให้คำตอบกลับด้าน ขีดเส้นใต้ทุกครั้งที่เจอ
- ใช้เวลากับ passage แรกนานเกิน — passage แรกไม่จำเป็นต้องง่ายที่สุด ถ้าติดให้ข้ามไปก่อน
- ไม่อ่านชื่อเรื่องหรือแหล่งที่มา — ชื่อเรื่อง อีเมล หรือประกาศ บอกบริบทและน้ำเสียงได้ทันที ช่วยทั้งข้อ Main idea และ Text Completion
คำถามที่พบบ่อย
TGAT Reading มีกี่ข้อ?
พาร์ต Reading Skills ใน TGAT1 มีประมาณ 30 ข้อ แบ่งเป็น Text Completion และ Reading Comprehension อย่างละประมาณ 15 ข้อ จากทั้งฉบับ 60 ข้อ เวลา 60 นาที
ควรอ่าน passage ก่อน หรืออ่านคำถามก่อน?
สำหรับ Reading Comprehension แนะนำให้อ่านคำถามก่อน (ยังไม่ต้องอ่านตัวเลือก) แล้วค่อย skim passage จะรู้ว่าต้องหาข้อมูลอะไรและไม่ต้องอ่านซ้ำหลายรอบ ส่วน Text Completion ให้อ่านรอบช่องว่างทีละจุด
ข้อ Inference ใน TGAT ทำยังไงไม่ให้พลาด?
ให้เลือกตัวเลือกที่ชี้กลับไปหาประโยคใน passage ได้เสมอ ตัดตัวที่สุดโต่ง (always, never) ตัวที่ขัดกับเรื่อง และตัวที่เป็นความรู้รอบตัวแต่เรื่องไม่ได้บอกออกไป
ศัพท์ไม่พอ จะทำ TGAT Reading ทันไหม?
ยังทำได้ถ้ารู้จักเดาความหมายจากบริบทและคำเชื่อม เพราะหลายคำไม่กระทบคำตอบ แต่ควรทบทวนศัพท์ควบคู่กันไป โดยเฉพาะคำที่เจอซ้ำในโจทย์ฝึก
Reading Comprehension แต่ละ passage ควรใช้เวลากี่นาที?
ทั้งฉบับเฉลี่ยประมาณ 1 นาทีต่อข้อ ถ้า passage หนึ่งมี 5 ข้อ ตั้งเป้าไว้ราว 5–6 นาที ถ้าข้อไหนติดเกิน 1 นาทีให้เดาตัวที่ตัดเหลือแล้วกลับมาดูทีหลัง
ฝึก TGAT Reading ที่ไหนดี?
เริ่มจากโจทย์ที่มีเฉลยอธิบายเหตุผล เช่น แนวข้อสอบ TGAT ENG พร้อมเฉลย แล้วรีวิวข้อผิดตามประเภทคำถามทุกครั้ง
คอร์สแนะนำจากพี่หมอนิริน
คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG
- ✅ เนื้อหาครอบคลุมอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด ปูพื้นฐานจนถึงทำโจทย์ทุกรูปแบบ
- ✅ ตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG พร้อมหลักการ สูตรลัด และเทคนิค
- ✅ หนังสือ 6 เล่ม ส่งฟรีถึงบ้าน
- ✅ มีทีมติวเตอร์ช่วยตอบคำถามระหว่างเรียน
- ✅ เรียนได้ทั้งคอม มือถือ และแท็บเล็ต
ราคาพิเศษ
5,990 บาท
สมัครเรียนทาง LINE @englishnirin
แอดไลน์ @englishnirin แล้วพิมพ์ว่า “สนใจคอร์ส 5,990” ทีมงานจะส่งรายละเอียดและวิธีสมัครให้
ดูรีวิวคะแนนจากน้อง ๆ · ดูรายละเอียดคอร์สอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด

