สรุปคำตอบสั้น ๆ
คำศัพท์ A-Level อังกฤษ ที่ออกบ่อยเกือบทั้งหมดเป็น ศัพท์วิชาการ ที่ใช้ในบทความ ไม่ใช่ศัพท์ที่ใช้คุยกัน วิธีที่คุ้มที่สุดคือท่องเป็น 7 หมวดความหมาย แทนการเรียงตาม A–Z แล้วต่อด้วย word family คือจำ 1 รากให้ได้ทั้งรูป noun, verb, adjective และ adverb เพราะช่องว่างในข้อสอบมักบังคับชนิดคำ ไม่ได้ถามคำแปล
ประเด็นสำคัญ
- ศัพท์ที่ออกบ่อยคือศัพท์วิชาการกลาง ๆ ที่ใช้ได้ทุกหัวเรื่อง เช่น indicate, attribute, substantial ไม่ใช่ศัพท์ภาษาพูด
- ท่องเป็น 7 หมวดตามหน้าที่ในบทความ (แนวโน้ม, เหตุผล, ขัดแย้ง, ระดับความสำคัญ, หลักฐาน, ท่าที, ทางแก้) ทำให้เดาทิศประโยคถัดไปได้
- ทุกคำต้องเก็บครบ word family เพราะข้อสอบวางช่องว่างตรงตำแหน่งที่บังคับชนิดคำ
- ตัวลวงในข้อสอบคือคำที่แปลไทยคล้ายกัน เช่น economic กับ economical จึงต้องจำเงื่อนไขการใช้ ไม่ใช่จำคำแปล
- วันละ 10 คำแบบเขียนประโยคเองได้ ให้ผลมากกว่าวันละ 50 คำแบบผ่านตา และต้องทบทวนคำเก่าก่อนเก็บคำใหม่ทุกวัน
🎯 อยากอัปคะแนน TGAT + A-Level ENG ให้ถึง 80–90+? ดูคอร์สอังกฤษ TCAS + ตะลุยโจทย์ 5,990 บาท หรือ ทัก LINE @englishnirin
ถ้าเปิดลิสต์คำศัพท์ A-Level อังกฤษ แล้วเห็นคำเรียงตามตัวอักษร A ถึง Z ยาวสองร้อยคำ แล้วรู้สึกว่าท่องไปก็ลืม นั่นไม่ใช่เพราะความจำไม่ดี แต่เพราะลิสต์แบบนั้นไม่ได้เรียงตามวิธีที่ข้อสอบใช้คำ บทความนี้จัดใหม่ทั้งหมด: แบ่งศัพท์เป็นหมวดความหมายที่ข้อสอบวนใช้จริง แล้วต่อด้วยตาราง word family เพื่อให้จำ 1 รากได้ทั้ง 4 รูป
คำศัพท์ A-Level อังกฤษ ที่ออกบ่อย เป็นศัพท์แบบไหน
เป็น ศัพท์วิชาการ (academic vocabulary) คือคำที่ใช้ในบทความ รายงาน และงานวิจัย ไม่ใช่ศัพท์ที่ใช้คุยกันในชีวิตประจำวัน นี่คือจุดที่ทำให้คนที่ฟังซีรีส์อังกฤษคล่องยังทำพาร์ต Reading ไม่ได้คะแนน เพราะภาษาพูดกับภาษาเขียนเชิงวิชาการใช้คำคนละชุด
ลักษณะร่วมของศัพท์กลุ่มนี้มี 4 อย่าง
- เป็นคำกลาง ๆ ใช้ได้ทุกหัวเรื่อง เช่น indicate, factor, significant จะอยู่ในบทความเรื่องเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หรือสุขภาพก็ได้
- มีหลายรูป คำเดียวแตกเป็น noun / verb / adjective / adverb และข้อสอบมักถามรูปมากกว่าถามคำแปล
- มีเพื่อนความหมายใกล้กันหลายคำ เช่นคำที่แปลว่า “สำคัญ” มีไม่ต่ำกว่า 5 คำ แต่ใช้แทนกันไม่ได้ทุกบริบท
- มาพร้อมคำที่ต้องอยู่ด้วยกัน เช่น attribute ต้องมี to ตามมา
เพราะฉะนั้นการท่องคำแปลไทยคำเดียวต่อหนึ่งคำ จึงตอบได้แค่โจทย์ที่ถามตรง ๆ ส่วนโจทย์ที่ถามรูปคำหรือถามความหมายในบริบท จะพลาดหมด ถ้าอยากเห็นภาพว่าข้อสอบใช้ศัพท์เหล่านี้ในพาร์ตไหน อ่านภาพรวมได้ที่หน้า A-Level อังกฤษ
ท่องเป็น 7 หมวดความหมาย ดีกว่าท่องตาม A–Z ยังไง
เพราะบทความวิชาการทุกบทความทำแค่ไม่กี่อย่าง คือ บอกแนวโน้ม บอกสาเหตุ เปรียบเทียบ บอกระดับความสำคัญ อ้างหลักฐาน แสดงท่าที และ เสนอทางแก้ เมื่อจัดศัพท์ตาม 7 หน้าที่นี้ สมองจะเก็บเป็นชุด และเวลาอ่าน passage จะเดาทิศทางประโยคถัดไปได้ก่อนอ่านจบ
| หมวด | ใช้ตอนไหนในบทความ | คำที่ควรแม่นก่อน |
|---|---|---|
| 1. แนวโน้ม เพิ่ม–ลด | อธิบายกราฟ ตัวเลข การเปลี่ยนแปลง | increase, decline, soar, plummet, fluctuate, steady, gradual, sharp |
| 2. เหตุและผล | อธิบายว่าอะไรทำให้เกิดอะไร | contribute to, result in, stem from, trigger, attribute to, consequence |
| 3. ขัดแย้งและเปรียบเทียบ | หักมุม เทียบสองฝ่าย | whereas, in contrast, conversely, nonetheless, albeit, counterpart |
| 4. ระดับความสำคัญ | บอกว่าเรื่องนี้สำคัญมากหรือน้อย | crucial, vital, substantial, considerable, marginal, negligible |
| 5. หลักฐานและงานวิจัย | อ้างผลการศึกษา | evidence, conduct, findings, indicate, demonstrate, hypothesis |
| 6. ท่าทีของผู้เขียน | บอกว่าผู้เขียนเห็นด้วยหรือไม่ | advocate, acknowledge, dismiss, criticise, sceptical, endorse |
| 7. ทางแก้และนโยบาย | ปิดท้ายด้วยข้อเสนอ | implement, regulate, restrict, tackle, alleviate, incentive, sustainable |
หมวดที่ให้ผลเร็วที่สุดคือหมวด 4 และ 6 เพราะคำถามแนว “ผู้เขียนมีท่าทีอย่างไร” กับ “ข้อใดสำคัญที่สุดตามบทความ” ตัดสินกันที่คำเดียวในประโยค ถ้าอ่านคำนั้นไม่แตก จะเดาผิดทั้งข้อ แม้จะเข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมด
Word family: ท่อง 1 ราก ได้ 4 คำ (ตารางหลัก)
ข้อสอบชอบถามรูปคำ เพราะเป็นการวัดว่าเข้าใจโครงประโยคจริงไหม ไม่ใช่แค่จำคำแปล ตารางนี้คือรากที่คุ้มที่สุดในการท่อง เพราะทุกรูปมีโอกาสถูกหยิบไปใช้ในช่องว่าง
| Verb | Noun | Adjective | Adverb | จุดที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|---|
| analyse | analysis / analyst | analytical | analytically | analysis (เอกพจน์) กับ analyses (พหูพจน์) สะกดต่างกัน |
| signify | significance | significant | significantly | significant = มีนัยสำคัญ ไม่ใช่ “ใหญ่” เสมอไป |
| conclude | conclusion | conclusive | conclusively | conclusive = ชี้ชัดจนสรุปได้ ไม่ใช่ “สุดท้าย” |
| vary | variation / variable | various / variable | variously | variable เป็นได้ทั้ง noun และ adjective |
| rely | reliance / reliability | reliable | reliably | rely ต้องมี on ตามมา |
| distinguish | distinction | distinct / distinctive | distinctly | distinct = แยกออกชัด, distinctive = มีเอกลักษณ์ |
| persuade | persuasion | persuasive | persuasively | persuasive ใช้กับ argument ไม่ใช่ persuaded |
| benefit | benefit | beneficial | beneficially | noun กับ verb รูปเดียวกัน ดูจากตำแหน่งในประโยค |
| maintain | maintenance | — | — | maintenance สะกดไม่เหมือน maintain |
| — | economy / economist | economic / economical | economically | economic = ด้านเศรษฐกิจ, economical = ประหยัด |
วิธีใช้ตารางนี้ให้ได้ผล: อย่าอ่านผ่าน ให้ปิดคอลัมน์ Adjective กับ Adverb แล้วเขียนเอง ถ้าเขียนไม่ออกแปลว่ายังไม่ได้ ไม่ใช่ว่า “พอรู้”
ประโยคตัวอย่างในระดับที่ข้อสอบใช้
- The committee’s report indicated that waiting times had dropped slightly. — indicate ใช้กับข้อมูลหรือรายงาน แปลว่า “ชี้ว่า” ไม่ใช่ “บอกตรง ๆ”
- The decline in sales can be attributed to weaker demand overseas. — สังเกต to ที่ต้องตามมา
- The difference between the two groups was too small to be conclusive. — conclusive อยู่หลัง to be เพราะเป็น adjective
- Cycling to school is a more economical option for most families. — ประหยัดเงิน จึงใช้ economical
- Critics remain sceptical about the long-term effects of the scheme. — บอกท่าทีว่าไม่เชื่อ ยังไม่ถึงขั้นคัดค้าน
ทำไมข้อสอบถาม “รูปคำ” มากกว่า “คำแปล”
เพราะการเลือกรูปคำถูก ต้องอ่านโครงประโยคออกก่อน ซึ่งเป็นทักษะที่ลอกเดากันไม่ได้ ช่องว่างในข้อสอบมักวางไว้ตรงตำแหน่งที่บังคับชนิดคำอยู่แล้ว ถ้ารู้กฎตำแหน่ง จะตัดตัวเลือกได้สองตัวก่อนแปลความหมายเลย
| ตำแหน่งช่องว่าง | ต้องเป็นชนิดคำอะไร | ตัวอย่างโครง |
|---|---|---|
| หลัง the / a / this + ก่อน of | noun | the significance of the finding |
| หลัง be / seem / remain | adjective | the evidence remains inconclusive |
| ก่อน noun | adjective | a reliable source |
| หลัง verb ที่มีกรรมครบแล้ว | adverb | rose sharply last year |
| หลัง very / too / extremely | adjective หรือ adverb | too marginal to matter |
กฎชุดนี้ใช้ได้ทั้งในพาร์ตเติมคำและพาร์ตหาจุดผิด และยังช่วยตอน Reading ด้วย เพราะทำให้กวาดประโยคยาวได้เร็วขึ้น เทคนิคจับเวลาอ่าน passage ยาวอยู่ในบทความ อ่านบทความยาวให้ทันเวลา
ศัพท์ความหมายใกล้กัน แยกยังไงไม่ให้ตอบตัวลวง
ตัวลวงในข้อสอบเกือบทั้งหมดคือคำที่ “แปลไทยคล้ายกัน” เพราะฉะนั้นต้องจำเงื่อนไขการใช้ ไม่ใช่จำคำแปล
กลุ่ม “สำคัญ”
- crucial / vital — สำคัญถึงขั้นขาดไม่ได้ ถ้าไม่มีแล้วพัง
- significant — มากพอจะเห็นผล มีนัยสำคัญ มักมาคู่กับตัวเลขหรือผลวิจัย
- considerable / substantial — เน้นปริมาณที่มาก
- marginal / negligible — น้อยจนแทบไม่มีผล
กลุ่ม “พูด กล่าว”
- state — บอกออกมาตรง ๆ เป็นกลาง
- claim — อ้าง โดยยังไม่มีหลักฐานยืนยัน (เป็นสัญญาณว่าผู้เขียนไม่ได้เห็นด้วย)
- argue — โต้แย้งโดยมีเหตุผลประกอบ
- suggest / imply — ชี้ให้เห็นโดยไม่พูดตรง ๆ
- acknowledge — ยอมรับข้อเสียหรือข้อจำกัด
คู่ที่สลับกันบ่อยที่สุด
- economic / economical — ด้านเศรษฐกิจ / ประหยัด
- considerable / considerate — มาก / เอาใจใส่คนอื่น
- affect / effect — affect เป็น verb, effect เป็น noun (ในความหมายที่ใช้บ่อย)
- respectively / respectfully — ตามลำดับ / อย่างให้เกียรติ
โจทย์ตัวอย่าง 5 ข้อ พร้อมเฉลยและเหตุผล
โจทย์ต่อไปนี้เป็น โจทย์ตัวอย่างที่แต่งขึ้นตามรูปแบบข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบจริง ลองทำก่อนดูเฉลย
-
Her argument was not ______ enough to change the committee’s mind.
(A) persuade (B) persuasion (C) persuasive (D) persuasivelyเฉลย C. โครง was not ___ enough บังคับให้เป็น adjective เพราะอยู่หลัง verb to be คนพลาดข้อนี้เพราะแปล “โน้มน้าว” ได้ แล้วเลือก persuade ทันที
-
Although the drug showed some benefit, the results were far from conclusive.
คำที่ขีดเส้นใต้ใกล้เคียงกับข้อใด (A) expensive (B) definite (C) temporary (D) surprisingเฉลย B. conclusive = ชี้ชัดจนสรุปได้ ตรงกับ definite ตัวลวงคือ temporary ที่มาจากการเดาว่า conclusive เกี่ยวกับ “ตอนจบ”
-
The rise in youth unemployment can be ______ to several factors, including slower economic growth.
(A) attributed (B) contributed (C) distributed (D) resultedเฉลย A. attribute A to B = ยกสาเหตุของ A ให้ B ใช้รูป passive ได้ ส่วน contribute to ต้องใช้ active (X contributes to Y) จะเขียน be contributed to ไม่ได้ และ result ต้องใช้ result from
-
Buying in bulk is a more ______ way to run a small canteen.
(A) economic (B) economical (C) economy (D) economicallyเฉลย B. ประโยคพูดถึงการประหยัดเงิน จึงใช้ economical ถ้าใช้ economic จะกลายเป็น “เกี่ยวกับเศรษฐกิจ” ซึ่งไม่เข้ากับ way to run a canteen
-
Only a ______ number of students dropped out, so the programme was considered successful.
(A) considerable (B) considerate (C) negligible (D) substantialเฉลย C. คำว่า Only และ so … successful บอกว่าจำนวนต้องน้อย จึงต้องเป็น negligible ส่วน considerable กับ substantial แปลว่ามาก ขัดกับประโยค และ considerate ใช้กับนิสัยคน
ถ้าทำได้ 4–5 ข้อ แปลว่าพร้อมไปฝึกกับโจทย์เต็มชุดแล้ว ลองทำต่อได้ที่ แนวโจทย์ A-Level อังกฤษ ทุกพาร์ต พร้อมเฉลยละเอียด
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากมีคนช่วยตรวจว่าเราคิดถูกทางไหม? คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG มีเฉลยแบบอธิบายเหตุผลทุกตัวเลือก และมีทีมติวเตอร์ตอบคำถามให้
จุดที่นักเรียนพลาดบ่อยเวลาท่องศัพท์
จากที่เห็นซ้ำ ๆ ในการสอน ปัญหาแทบทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่จำนวนคำ แต่อยู่ที่วิธีเก็บคำ
- ท่องเรียงตามตัวอักษร ทำให้คำที่อยู่ติดกันไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย สมองจึงไม่มีตะขอให้เกี่ยว
- ท่องแค่รูปเดียว ส่วนใหญ่จำรูป verb หรือ adjective ไว้รูปเดียว พอข้อสอบขอ noun หรือ adverb ก็ตอบไม่ได้
- จำคำแปลไทยเดียวต่อคำ ทำให้พลาดโจทย์ที่ถามความหมายในบริบท ซึ่งเป็นรูปแบบที่เจอมากในพาร์ตอ่าน
- ไม่แยกคำที่แปลคล้ายกัน ตัวเลือกในข้อสอบถูกออกแบบมาให้แปลใกล้กัน ถ้าไม่รู้เงื่อนไขการใช้ก็จะได้ 50/50 ทุกข้อ
- ไปเก็บคำหายากก่อนคำที่ออกทุกปี คำเชื่อมและคำบอกระดับอย่าง nonetheless, albeit, marginal ให้ผลมากกว่าคำศัพท์เฉพาะทางที่โผล่มาปีละครั้ง
- ไม่เคยเห็นคำนั้นในประโยคจริง จำได้บนบัตรคำ แต่พอเจอในย่อหน้ายาวก็อ่านไม่ออก
สองข้อแรกแก้ได้ด้วยตารางด้านบน แต่ข้อที่เหลือต้องมีคนช่วยตรวจว่าเข้าใจเงื่อนไขการใช้ถูกไหม ซึ่งเป็นส่วนที่เราไล่ทีละคำในห้องเรียน ดูรายละเอียด คอร์สอังกฤษสำหรับเตรียม TCAS ของพี่หมอนิริน ได้ถ้าต้องการคนช่วยตรวจตรงนี้
แผนท่องศัพท์ 4 สัปดาห์ ที่ทำจริงได้
เป้าหมายไม่ใช่จำนวนคำ แต่คือจำนวนคำที่ “ใช้เป็น” ตารางนี้วางบนสมมติฐานว่ามีเวลาวันละ 20–25 นาที
| สัปดาห์ | โฟกัส | ทำอะไรทุกวัน | ตัวชี้วัดว่าผ่าน |
|---|---|---|---|
| 1 | หมวด 1–2 (แนวโน้ม, เหตุผล) | เก็บ 10 คำ เขียนประโยคเองคำละ 1 ประโยค | อ่านกราฟหรือย่อหน้าสาเหตุแล้วไม่ต้องเปิดดิก |
| 2 | หมวด 3–4 (ขัดแย้ง, ระดับความสำคัญ) | เก็บ 10 คำ + ฝึกเดาทิศประโยคถัดไปจากคำเชื่อม | เห็น nonetheless แล้วรู้ทันทีว่ากำลังจะหักมุม |
| 3 | หมวด 5–7 (หลักฐาน, ท่าที, ทางแก้) | เก็บ 10 คำ + ตอบว่าผู้เขียนเห็นด้วยหรือไม่ทุกย่อหน้า | ตอบคำถามท่าทีของผู้เขียนถูกเกินครึ่ง |
| 4 | Word family ทั้งตาราง | ปิดคอลัมน์แล้วเขียนรูปที่เหลือ + ทำโจทย์เติมคำ 10 ข้อ | เขียนรูป noun/adj/adv ได้ครบโดยไม่เปิดดู |
ข้อสำคัญคือทบทวนคำเก่าก่อนเก็บคำใหม่ทุกวัน ประมาณ 5 นาที ถ้าข้ามขั้นนี้ ปลายสัปดาห์ที่ 3 จะเริ่มลืมของสัปดาห์ที่ 1 แล้วจะรู้สึกว่า “ท่องไม่เข้า” ทั้งที่จริงคือไม่ได้ทบทวน
ควรท่องกี่คำ และเริ่มตอนไหนจึงทัน
วันละ 10 คำแบบใช้เป็นจริง ดีกว่าวันละ 50 คำแบบผ่านตา เพราะข้อสอบไม่ได้วัดว่าเคยเห็นคำนี้ไหม แต่วัดว่าเลือกรูปและความหมายถูกไหม
เรื่องเวลา A-Level อังกฤษ TCAS70 สอบวันที่ 14 มีนาคม 2570 และรับสมัคร 14–20 มกราคม 2570 (ตรวจวันอีกครั้งที่ mytcas.com ก่อนวางแผนจริง เพราะปฏิทินอาจปรับได้) เทียบจากวันนี้ยังมีเวลาเหลือมากพอที่จะเดินแผนข้างบนซ้ำได้หลายรอบ โดยไม่ต้องอัดศัพท์ในเดือนสุดท้าย
คำถามที่พบบ่อย
คำศัพท์ A-Level อังกฤษ ควรท่องกี่คำถึงพอ
ไม่มีเลขวิเศษ แต่จำนวนไม่สำคัญเท่าวิธีเก็บ ถ้าท่องวันละ 10 คำแบบครบ word family และเขียนประโยคเองได้ จะใช้งานในข้อสอบได้มากกว่าการกวาดลิสต์ 500 คำแบบผ่านตา เพราะข้อสอบวัดการเลือกรูปและความหมายในบริบท ไม่ใช่วัดว่าเคยเห็นคำนั้นไหม
ศัพท์ A-Level อังกฤษ ต่างจากศัพท์ TGAT ENG ยังไง
TGAT ENG เอียงไปทางภาษาที่ใช้สื่อสารในสถานการณ์จริง เช่น บทสนทนาและประกาศ ส่วน A-Level อังกฤษ เอียงไปทางศัพท์วิชาการที่ใช้ในบทความและงานวิจัย เช่น indicate, attribute, substantial เพราะฉะนั้นถ้าสอบทั้งสองวิชา ต้องเก็บสองชุด ไม่ใช่ชุดเดียว
word family คืออะไร ทำไมต้องท่องทุกรูป
word family คือกลุ่มคำที่มาจากรากเดียวกันแต่เปลี่ยนชนิดคำ เช่น analyse, analysis, analytical, analytically ต้องท่องทุกรูปเพราะช่องว่างในข้อสอบมักวางไว้ตรงตำแหน่งที่บังคับชนิดคำ ถ้าจำได้รูปเดียวก็จะตอบผิดแม้จะรู้ความหมายของคำนั้น
จำเป็นต้องท่องรากศัพท์ prefix suffix ไหม
มีประโยชน์ในการเดาความหมายคำที่ไม่เคยเห็น แต่ไม่ควรเป็นสิ่งแรกที่ทำ ให้เก็บคำที่ออกบ่อยตาม 7 หมวดความหมายให้แม่นก่อน แล้วค่อยใช้ prefix suffix เป็นตัวช่วยตอนเจอคำแปลกในห้องสอบ
ท่องศัพท์แล้วยังทำ Reading ไม่ได้ ควรแก้ที่ไหน
มักไม่ใช่ปัญหาเรื่องคลังศัพท์ แต่เป็นเรื่องความเร็วและการจับโครงย่อหน้า ลองฝึกอ่านโดยจับคำเชื่อมและคำบอกท่าทีก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียด วิธีจับเวลาอ่านบทความยาวอยู่ในบทความ Reading A-Level อังกฤษ อ่านบทความยาวให้ทันเวลา
ควรใช้บัตรคำหรือจดในสมุดดีกว่า
อะไรก็ได้ที่ทำให้กลับมาทบทวนคำเก่าทุกวัน จุดตัดสินไม่ใช่รูปแบบเครื่องมือ แต่คือการได้เขียนประโยคของตัวเองและได้เห็นคำนั้นในประโยคแบบวิชาการ ไม่ใช่เห็นแค่คำเดี่ยวกับคำแปลไทย
คอร์สแนะนำจากพี่หมอนิริน
คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG
- ✅ เนื้อหาครอบคลุมอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด ปูพื้นฐานจนถึงทำโจทย์ทุกรูปแบบ
- ✅ ตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG พร้อมหลักการ สูตรลัด และเทคนิค
- ✅ หนังสือ 6 เล่ม ส่งฟรีถึงบ้าน
- ✅ มีทีมติวเตอร์ช่วยตอบคำถามระหว่างเรียน
- ✅ เรียนได้ทั้งคอม มือถือ และแท็บเล็ต
ราคาพิเศษ
5,990 บาท
สมัครเรียนทาง LINE @englishnirin
แอดไลน์ @englishnirin แล้วพิมพ์ว่า “สนใจคอร์ส 5,990” ทีมงานจะส่งรายละเอียดและวิธีสมัครให้
ดูรีวิวคะแนนจากน้อง ๆ · ดูรายละเอียดคอร์สอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด

