คำศัพท์ A-Level อังกฤษ ออกบ่อย 7 หมวด + ตาราง word family

แผนผัง word family ของคำศัพท์ A-Level อังกฤษ รากคำ analyse แตกกิ่งลงเป็นการ์ด analysis, analytical, analytically พร้อมป้ายชนิดคำ
พี่หมอนิริน

พี่หมอนิริน

ท็อปอังกฤษ 1% ของประเทศ (เปอร์เซ็นไทล์ 99.8) · เกียรตินิยม ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อัปเดตล่าสุด 27 ก.ย. 2569

สรุปคำตอบสั้น ๆ

คำศัพท์ A-Level อังกฤษ ที่ออกบ่อยเกือบทั้งหมดเป็น ศัพท์วิชาการ ที่ใช้ในบทความ ไม่ใช่ศัพท์ที่ใช้คุยกัน วิธีที่คุ้มที่สุดคือท่องเป็น 7 หมวดความหมาย แทนการเรียงตาม A–Z แล้วต่อด้วย word family คือจำ 1 รากให้ได้ทั้งรูป noun, verb, adjective และ adverb เพราะช่องว่างในข้อสอบมักบังคับชนิดคำ ไม่ได้ถามคำแปล

ประเด็นสำคัญ

  • ศัพท์ที่ออกบ่อยคือศัพท์วิชาการกลาง ๆ ที่ใช้ได้ทุกหัวเรื่อง เช่น indicate, attribute, substantial ไม่ใช่ศัพท์ภาษาพูด
  • ท่องเป็น 7 หมวดตามหน้าที่ในบทความ (แนวโน้ม, เหตุผล, ขัดแย้ง, ระดับความสำคัญ, หลักฐาน, ท่าที, ทางแก้) ทำให้เดาทิศประโยคถัดไปได้
  • ทุกคำต้องเก็บครบ word family เพราะข้อสอบวางช่องว่างตรงตำแหน่งที่บังคับชนิดคำ
  • ตัวลวงในข้อสอบคือคำที่แปลไทยคล้ายกัน เช่น economic กับ economical จึงต้องจำเงื่อนไขการใช้ ไม่ใช่จำคำแปล
  • วันละ 10 คำแบบเขียนประโยคเองได้ ให้ผลมากกว่าวันละ 50 คำแบบผ่านตา และต้องทบทวนคำเก่าก่อนเก็บคำใหม่ทุกวัน

🎯 อยากอัปคะแนน TGAT + A-Level ENG ให้ถึง 80–90+? ดูคอร์สอังกฤษ TCAS + ตะลุยโจทย์ 5,990 บาท หรือ ทัก LINE @englishnirin

ถ้าเปิดลิสต์คำศัพท์ A-Level อังกฤษ แล้วเห็นคำเรียงตามตัวอักษร A ถึง Z ยาวสองร้อยคำ แล้วรู้สึกว่าท่องไปก็ลืม นั่นไม่ใช่เพราะความจำไม่ดี แต่เพราะลิสต์แบบนั้นไม่ได้เรียงตามวิธีที่ข้อสอบใช้คำ บทความนี้จัดใหม่ทั้งหมด: แบ่งศัพท์เป็นหมวดความหมายที่ข้อสอบวนใช้จริง แล้วต่อด้วยตาราง word family เพื่อให้จำ 1 รากได้ทั้ง 4 รูป

คำศัพท์ A-Level อังกฤษ ที่ออกบ่อย เป็นศัพท์แบบไหน

เป็น ศัพท์วิชาการ (academic vocabulary) คือคำที่ใช้ในบทความ รายงาน และงานวิจัย ไม่ใช่ศัพท์ที่ใช้คุยกันในชีวิตประจำวัน นี่คือจุดที่ทำให้คนที่ฟังซีรีส์อังกฤษคล่องยังทำพาร์ต Reading ไม่ได้คะแนน เพราะภาษาพูดกับภาษาเขียนเชิงวิชาการใช้คำคนละชุด

ลักษณะร่วมของศัพท์กลุ่มนี้มี 4 อย่าง

  1. เป็นคำกลาง ๆ ใช้ได้ทุกหัวเรื่อง เช่น indicate, factor, significant จะอยู่ในบทความเรื่องเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หรือสุขภาพก็ได้
  2. มีหลายรูป คำเดียวแตกเป็น noun / verb / adjective / adverb และข้อสอบมักถามรูปมากกว่าถามคำแปล
  3. มีเพื่อนความหมายใกล้กันหลายคำ เช่นคำที่แปลว่า “สำคัญ” มีไม่ต่ำกว่า 5 คำ แต่ใช้แทนกันไม่ได้ทุกบริบท
  4. มาพร้อมคำที่ต้องอยู่ด้วยกัน เช่น attribute ต้องมี to ตามมา

เพราะฉะนั้นการท่องคำแปลไทยคำเดียวต่อหนึ่งคำ จึงตอบได้แค่โจทย์ที่ถามตรง ๆ ส่วนโจทย์ที่ถามรูปคำหรือถามความหมายในบริบท จะพลาดหมด ถ้าอยากเห็นภาพว่าข้อสอบใช้ศัพท์เหล่านี้ในพาร์ตไหน อ่านภาพรวมได้ที่หน้า A-Level อังกฤษ

ท่องเป็น 7 หมวดความหมาย ดีกว่าท่องตาม A–Z ยังไง

เพราะบทความวิชาการทุกบทความทำแค่ไม่กี่อย่าง คือ บอกแนวโน้ม บอกสาเหตุ เปรียบเทียบ บอกระดับความสำคัญ อ้างหลักฐาน แสดงท่าที และ เสนอทางแก้ เมื่อจัดศัพท์ตาม 7 หน้าที่นี้ สมองจะเก็บเป็นชุด และเวลาอ่าน passage จะเดาทิศทางประโยคถัดไปได้ก่อนอ่านจบ

หมวด ใช้ตอนไหนในบทความ คำที่ควรแม่นก่อน
1. แนวโน้ม เพิ่ม–ลด อธิบายกราฟ ตัวเลข การเปลี่ยนแปลง increase, decline, soar, plummet, fluctuate, steady, gradual, sharp
2. เหตุและผล อธิบายว่าอะไรทำให้เกิดอะไร contribute to, result in, stem from, trigger, attribute to, consequence
3. ขัดแย้งและเปรียบเทียบ หักมุม เทียบสองฝ่าย whereas, in contrast, conversely, nonetheless, albeit, counterpart
4. ระดับความสำคัญ บอกว่าเรื่องนี้สำคัญมากหรือน้อย crucial, vital, substantial, considerable, marginal, negligible
5. หลักฐานและงานวิจัย อ้างผลการศึกษา evidence, conduct, findings, indicate, demonstrate, hypothesis
6. ท่าทีของผู้เขียน บอกว่าผู้เขียนเห็นด้วยหรือไม่ advocate, acknowledge, dismiss, criticise, sceptical, endorse
7. ทางแก้และนโยบาย ปิดท้ายด้วยข้อเสนอ implement, regulate, restrict, tackle, alleviate, incentive, sustainable

หมวดที่ให้ผลเร็วที่สุดคือหมวด 4 และ 6 เพราะคำถามแนว “ผู้เขียนมีท่าทีอย่างไร” กับ “ข้อใดสำคัญที่สุดตามบทความ” ตัดสินกันที่คำเดียวในประโยค ถ้าอ่านคำนั้นไม่แตก จะเดาผิดทั้งข้อ แม้จะเข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมด

Word family: ท่อง 1 ราก ได้ 4 คำ (ตารางหลัก)

ข้อสอบชอบถามรูปคำ เพราะเป็นการวัดว่าเข้าใจโครงประโยคจริงไหม ไม่ใช่แค่จำคำแปล ตารางนี้คือรากที่คุ้มที่สุดในการท่อง เพราะทุกรูปมีโอกาสถูกหยิบไปใช้ในช่องว่าง

Verb Noun Adjective Adverb จุดที่ต้องระวัง
analyse analysis / analyst analytical analytically analysis (เอกพจน์) กับ analyses (พหูพจน์) สะกดต่างกัน
signify significance significant significantly significant = มีนัยสำคัญ ไม่ใช่ “ใหญ่” เสมอไป
conclude conclusion conclusive conclusively conclusive = ชี้ชัดจนสรุปได้ ไม่ใช่ “สุดท้าย”
vary variation / variable various / variable variously variable เป็นได้ทั้ง noun และ adjective
rely reliance / reliability reliable reliably rely ต้องมี on ตามมา
distinguish distinction distinct / distinctive distinctly distinct = แยกออกชัด, distinctive = มีเอกลักษณ์
persuade persuasion persuasive persuasively persuasive ใช้กับ argument ไม่ใช่ persuaded
benefit benefit beneficial beneficially noun กับ verb รูปเดียวกัน ดูจากตำแหน่งในประโยค
maintain maintenance — — maintenance สะกดไม่เหมือน maintain
— economy / economist economic / economical economically economic = ด้านเศรษฐกิจ, economical = ประหยัด

วิธีใช้ตารางนี้ให้ได้ผล: อย่าอ่านผ่าน ให้ปิดคอลัมน์ Adjective กับ Adverb แล้วเขียนเอง ถ้าเขียนไม่ออกแปลว่ายังไม่ได้ ไม่ใช่ว่า “พอรู้”

ประโยคตัวอย่างในระดับที่ข้อสอบใช้

  • The committee’s report indicated that waiting times had dropped slightly. — indicate ใช้กับข้อมูลหรือรายงาน แปลว่า “ชี้ว่า” ไม่ใช่ “บอกตรง ๆ”
  • The decline in sales can be attributed to weaker demand overseas. — สังเกต to ที่ต้องตามมา
  • The difference between the two groups was too small to be conclusive. — conclusive อยู่หลัง to be เพราะเป็น adjective
  • Cycling to school is a more economical option for most families. — ประหยัดเงิน จึงใช้ economical
  • Critics remain sceptical about the long-term effects of the scheme. — บอกท่าทีว่าไม่เชื่อ ยังไม่ถึงขั้นคัดค้าน

ทำไมข้อสอบถาม “รูปคำ” มากกว่า “คำแปล”

เพราะการเลือกรูปคำถูก ต้องอ่านโครงประโยคออกก่อน ซึ่งเป็นทักษะที่ลอกเดากันไม่ได้ ช่องว่างในข้อสอบมักวางไว้ตรงตำแหน่งที่บังคับชนิดคำอยู่แล้ว ถ้ารู้กฎตำแหน่ง จะตัดตัวเลือกได้สองตัวก่อนแปลความหมายเลย

ตำแหน่งช่องว่าง ต้องเป็นชนิดคำอะไร ตัวอย่างโครง
หลัง the / a / this + ก่อน of noun the significance of the finding
หลัง be / seem / remain adjective the evidence remains inconclusive
ก่อน noun adjective a reliable source
หลัง verb ที่มีกรรมครบแล้ว adverb rose sharply last year
หลัง very / too / extremely adjective หรือ adverb too marginal to matter

กฎชุดนี้ใช้ได้ทั้งในพาร์ตเติมคำและพาร์ตหาจุดผิด และยังช่วยตอน Reading ด้วย เพราะทำให้กวาดประโยคยาวได้เร็วขึ้น เทคนิคจับเวลาอ่าน passage ยาวอยู่ในบทความ อ่านบทความยาวให้ทันเวลา

ศัพท์ความหมายใกล้กัน แยกยังไงไม่ให้ตอบตัวลวง

ตัวลวงในข้อสอบเกือบทั้งหมดคือคำที่ “แปลไทยคล้ายกัน” เพราะฉะนั้นต้องจำเงื่อนไขการใช้ ไม่ใช่จำคำแปล

กลุ่ม “สำคัญ”

  • crucial / vital — สำคัญถึงขั้นขาดไม่ได้ ถ้าไม่มีแล้วพัง
  • significant — มากพอจะเห็นผล มีนัยสำคัญ มักมาคู่กับตัวเลขหรือผลวิจัย
  • considerable / substantial — เน้นปริมาณที่มาก
  • marginal / negligible — น้อยจนแทบไม่มีผล

กลุ่ม “พูด กล่าว”

  • state — บอกออกมาตรง ๆ เป็นกลาง
  • claim — อ้าง โดยยังไม่มีหลักฐานยืนยัน (เป็นสัญญาณว่าผู้เขียนไม่ได้เห็นด้วย)
  • argue — โต้แย้งโดยมีเหตุผลประกอบ
  • suggest / imply — ชี้ให้เห็นโดยไม่พูดตรง ๆ
  • acknowledge — ยอมรับข้อเสียหรือข้อจำกัด

คู่ที่สลับกันบ่อยที่สุด

  • economic / economical — ด้านเศรษฐกิจ / ประหยัด
  • considerable / considerate — มาก / เอาใจใส่คนอื่น
  • affect / effect — affect เป็น verb, effect เป็น noun (ในความหมายที่ใช้บ่อย)
  • respectively / respectfully — ตามลำดับ / อย่างให้เกียรติ

โจทย์ตัวอย่าง 5 ข้อ พร้อมเฉลยและเหตุผล

โจทย์ต่อไปนี้เป็น โจทย์ตัวอย่างที่แต่งขึ้นตามรูปแบบข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบจริง ลองทำก่อนดูเฉลย

  1. Her argument was not ______ enough to change the committee’s mind.
    (A) persuade (B) persuasion (C) persuasive (D) persuasively

    เฉลย C. โครง was not ___ enough บังคับให้เป็น adjective เพราะอยู่หลัง verb to be คนพลาดข้อนี้เพราะแปล “โน้มน้าว” ได้ แล้วเลือก persuade ทันที

  2. Although the drug showed some benefit, the results were far from conclusive.
    คำที่ขีดเส้นใต้ใกล้เคียงกับข้อใด (A) expensive (B) definite (C) temporary (D) surprising

    เฉลย B. conclusive = ชี้ชัดจนสรุปได้ ตรงกับ definite ตัวลวงคือ temporary ที่มาจากการเดาว่า conclusive เกี่ยวกับ “ตอนจบ”

  3. The rise in youth unemployment can be ______ to several factors, including slower economic growth.
    (A) attributed (B) contributed (C) distributed (D) resulted

    เฉลย A. attribute A to B = ยกสาเหตุของ A ให้ B ใช้รูป passive ได้ ส่วน contribute to ต้องใช้ active (X contributes to Y) จะเขียน be contributed to ไม่ได้ และ result ต้องใช้ result from

  4. Buying in bulk is a more ______ way to run a small canteen.
    (A) economic (B) economical (C) economy (D) economically

    เฉลย B. ประโยคพูดถึงการประหยัดเงิน จึงใช้ economical ถ้าใช้ economic จะกลายเป็น “เกี่ยวกับเศรษฐกิจ” ซึ่งไม่เข้ากับ way to run a canteen

  5. Only a ______ number of students dropped out, so the programme was considered successful.
    (A) considerable (B) considerate (C) negligible (D) substantial

    เฉลย C. คำว่า Only และ so … successful บอกว่าจำนวนต้องน้อย จึงต้องเป็น negligible ส่วน considerable กับ substantial แปลว่ามาก ขัดกับประโยค และ considerate ใช้กับนิสัยคน

ถ้าทำได้ 4–5 ข้อ แปลว่าพร้อมไปฝึกกับโจทย์เต็มชุดแล้ว ลองทำต่อได้ที่ แนวโจทย์ A-Level อังกฤษ ทุกพาร์ต พร้อมเฉลยละเอียด

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากมีคนช่วยตรวจว่าเราคิดถูกทางไหม? คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG มีเฉลยแบบอธิบายเหตุผลทุกตัวเลือก และมีทีมติวเตอร์ตอบคำถามให้

ทักไปถามทาง LINE @englishnirin

จุดที่นักเรียนพลาดบ่อยเวลาท่องศัพท์

จากที่เห็นซ้ำ ๆ ในการสอน ปัญหาแทบทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่จำนวนคำ แต่อยู่ที่วิธีเก็บคำ

  • ท่องเรียงตามตัวอักษร ทำให้คำที่อยู่ติดกันไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย สมองจึงไม่มีตะขอให้เกี่ยว
  • ท่องแค่รูปเดียว ส่วนใหญ่จำรูป verb หรือ adjective ไว้รูปเดียว พอข้อสอบขอ noun หรือ adverb ก็ตอบไม่ได้
  • จำคำแปลไทยเดียวต่อคำ ทำให้พลาดโจทย์ที่ถามความหมายในบริบท ซึ่งเป็นรูปแบบที่เจอมากในพาร์ตอ่าน
  • ไม่แยกคำที่แปลคล้ายกัน ตัวเลือกในข้อสอบถูกออกแบบมาให้แปลใกล้กัน ถ้าไม่รู้เงื่อนไขการใช้ก็จะได้ 50/50 ทุกข้อ
  • ไปเก็บคำหายากก่อนคำที่ออกทุกปี คำเชื่อมและคำบอกระดับอย่าง nonetheless, albeit, marginal ให้ผลมากกว่าคำศัพท์เฉพาะทางที่โผล่มาปีละครั้ง
  • ไม่เคยเห็นคำนั้นในประโยคจริง จำได้บนบัตรคำ แต่พอเจอในย่อหน้ายาวก็อ่านไม่ออก

สองข้อแรกแก้ได้ด้วยตารางด้านบน แต่ข้อที่เหลือต้องมีคนช่วยตรวจว่าเข้าใจเงื่อนไขการใช้ถูกไหม ซึ่งเป็นส่วนที่เราไล่ทีละคำในห้องเรียน ดูรายละเอียด คอร์สอังกฤษสำหรับเตรียม TCAS ของพี่หมอนิริน ได้ถ้าต้องการคนช่วยตรวจตรงนี้

แผนท่องศัพท์ 4 สัปดาห์ ที่ทำจริงได้

เป้าหมายไม่ใช่จำนวนคำ แต่คือจำนวนคำที่ “ใช้เป็น” ตารางนี้วางบนสมมติฐานว่ามีเวลาวันละ 20–25 นาที

สัปดาห์ โฟกัส ทำอะไรทุกวัน ตัวชี้วัดว่าผ่าน
1 หมวด 1–2 (แนวโน้ม, เหตุผล) เก็บ 10 คำ เขียนประโยคเองคำละ 1 ประโยค อ่านกราฟหรือย่อหน้าสาเหตุแล้วไม่ต้องเปิดดิก
2 หมวด 3–4 (ขัดแย้ง, ระดับความสำคัญ) เก็บ 10 คำ + ฝึกเดาทิศประโยคถัดไปจากคำเชื่อม เห็น nonetheless แล้วรู้ทันทีว่ากำลังจะหักมุม
3 หมวด 5–7 (หลักฐาน, ท่าที, ทางแก้) เก็บ 10 คำ + ตอบว่าผู้เขียนเห็นด้วยหรือไม่ทุกย่อหน้า ตอบคำถามท่าทีของผู้เขียนถูกเกินครึ่ง
4 Word family ทั้งตาราง ปิดคอลัมน์แล้วเขียนรูปที่เหลือ + ทำโจทย์เติมคำ 10 ข้อ เขียนรูป noun/adj/adv ได้ครบโดยไม่เปิดดู

ข้อสำคัญคือทบทวนคำเก่าก่อนเก็บคำใหม่ทุกวัน ประมาณ 5 นาที ถ้าข้ามขั้นนี้ ปลายสัปดาห์ที่ 3 จะเริ่มลืมของสัปดาห์ที่ 1 แล้วจะรู้สึกว่า “ท่องไม่เข้า” ทั้งที่จริงคือไม่ได้ทบทวน

ควรท่องกี่คำ และเริ่มตอนไหนจึงทัน

วันละ 10 คำแบบใช้เป็นจริง ดีกว่าวันละ 50 คำแบบผ่านตา เพราะข้อสอบไม่ได้วัดว่าเคยเห็นคำนี้ไหม แต่วัดว่าเลือกรูปและความหมายถูกไหม

เรื่องเวลา A-Level อังกฤษ TCAS70 สอบวันที่ 14 มีนาคม 2570 และรับสมัคร 14–20 มกราคม 2570 (ตรวจวันอีกครั้งที่ mytcas.com ก่อนวางแผนจริง เพราะปฏิทินอาจปรับได้) เทียบจากวันนี้ยังมีเวลาเหลือมากพอที่จะเดินแผนข้างบนซ้ำได้หลายรอบ โดยไม่ต้องอัดศัพท์ในเดือนสุดท้าย

คำถามที่พบบ่อย

คำศัพท์ A-Level อังกฤษ ควรท่องกี่คำถึงพอ

ไม่มีเลขวิเศษ แต่จำนวนไม่สำคัญเท่าวิธีเก็บ ถ้าท่องวันละ 10 คำแบบครบ word family และเขียนประโยคเองได้ จะใช้งานในข้อสอบได้มากกว่าการกวาดลิสต์ 500 คำแบบผ่านตา เพราะข้อสอบวัดการเลือกรูปและความหมายในบริบท ไม่ใช่วัดว่าเคยเห็นคำนั้นไหม

ศัพท์ A-Level อังกฤษ ต่างจากศัพท์ TGAT ENG ยังไง

TGAT ENG เอียงไปทางภาษาที่ใช้สื่อสารในสถานการณ์จริง เช่น บทสนทนาและประกาศ ส่วน A-Level อังกฤษ เอียงไปทางศัพท์วิชาการที่ใช้ในบทความและงานวิจัย เช่น indicate, attribute, substantial เพราะฉะนั้นถ้าสอบทั้งสองวิชา ต้องเก็บสองชุด ไม่ใช่ชุดเดียว

word family คืออะไร ทำไมต้องท่องทุกรูป

word family คือกลุ่มคำที่มาจากรากเดียวกันแต่เปลี่ยนชนิดคำ เช่น analyse, analysis, analytical, analytically ต้องท่องทุกรูปเพราะช่องว่างในข้อสอบมักวางไว้ตรงตำแหน่งที่บังคับชนิดคำ ถ้าจำได้รูปเดียวก็จะตอบผิดแม้จะรู้ความหมายของคำนั้น

จำเป็นต้องท่องรากศัพท์ prefix suffix ไหม

มีประโยชน์ในการเดาความหมายคำที่ไม่เคยเห็น แต่ไม่ควรเป็นสิ่งแรกที่ทำ ให้เก็บคำที่ออกบ่อยตาม 7 หมวดความหมายให้แม่นก่อน แล้วค่อยใช้ prefix suffix เป็นตัวช่วยตอนเจอคำแปลกในห้องสอบ

ท่องศัพท์แล้วยังทำ Reading ไม่ได้ ควรแก้ที่ไหน

มักไม่ใช่ปัญหาเรื่องคลังศัพท์ แต่เป็นเรื่องความเร็วและการจับโครงย่อหน้า ลองฝึกอ่านโดยจับคำเชื่อมและคำบอกท่าทีก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียด วิธีจับเวลาอ่านบทความยาวอยู่ในบทความ Reading A-Level อังกฤษ อ่านบทความยาวให้ทันเวลา

ควรใช้บัตรคำหรือจดในสมุดดีกว่า

อะไรก็ได้ที่ทำให้กลับมาทบทวนคำเก่าทุกวัน จุดตัดสินไม่ใช่รูปแบบเครื่องมือ แต่คือการได้เขียนประโยคของตัวเองและได้เห็นคำนั้นในประโยคแบบวิชาการ ไม่ใช่เห็นแค่คำเดี่ยวกับคำแปลไทย

คอร์สแนะนำจากพี่หมอนิริน

คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG

โปรพิเศษคอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG รวมหนังสือ 6 เล่ม ราคา 5,990 บาท โดยพี่หมอนิริน

  • ✅ เนื้อหาครอบคลุมอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด ปูพื้นฐานจนถึงทำโจทย์ทุกรูปแบบ
  • ✅ ตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG พร้อมหลักการ สูตรลัด และเทคนิค
  • ✅ หนังสือ 6 เล่ม ส่งฟรีถึงบ้าน
  • ✅ มีทีมติวเตอร์ช่วยตอบคำถามระหว่างเรียน
  • ✅ เรียนได้ทั้งคอม มือถือ และแท็บเล็ต

ราคาพิเศษ

5,990 บาท

สมัครเรียนทาง LINE @englishnirin

แอดไลน์ @englishnirin แล้วพิมพ์ว่า “สนใจคอร์ส 5,990” ทีมงานจะส่งรายละเอียดและวิธีสมัครให้

ดูรีวิวคะแนนจากน้อง ๆ · ดูรายละเอียดคอร์สอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด

พี่หมอนิริน

เกี่ยวกับผู้เขียน: พี่หมอนิริน

ท็อปอังกฤษ 1% ของประเทศ (เปอร์เซ็นไทล์ 99.8) · เกียรตินิยม ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สอนคอร์สอังกฤษ ม.ปลาย TCAS ของ English Nirin

ดูผลลัพธ์และรีวิวจากนักเรียน