สรุปคำตอบสั้น ๆ
GAT ENG กับ TGAT ENG ต่างกันที่โครงสร้างและเวลา ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อ ข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษเดิมมี 60 ข้อ 150 คะแนน แบ่ง 4 Part และให้เวลา 90 นาที ส่วน TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ ที่ใช้อยู่ตอนนี้เหลือ 2 ส่วน คือ Speaking 30 ข้อ กับ Reading 30 ข้อ รวม 60 ข้อ 100 คะแนน ใน 60 นาที ข้อสอบเก่ายังหยิบมาฝึกได้ แต่ที่ตรงแนวจริง ๆ คือ Part Expressions กับ Part Reading เท่านั้น
ประเด็นสำคัญ
- TGAT เข้ามาแทน GAT/PAT ตั้งแต่ระบบ TCAS66 (ปีการศึกษา 2566) ข้อสอบ GAT ฉบับสุดท้ายคือปีการศึกษา 2565
- จำนวนข้อเท่าเดิมที่ 60 ข้อ แต่เวลาหายไป 30 นาที จาก 1.5 นาทีต่อข้อ เหลือ 1 นาทีต่อข้อ
- GAT ENG มี 4 Part (Expressions, Vocabulary, Reading, Structure and Writing) ส่วน TGAT1 เหลือ 2 ส่วนคือทักษะการพูดกับทักษะการอ่าน
- Part One (Expressions) และ Part Three (Reading) ของข้อสอบเก่ายังใช้ฝึกได้ตรงแนวที่สุด
- Part Four (Structure and Writing) เฉพาะข้อเติมคำในช่องว่างยังมีประโยชน์ ส่วนข้อหาที่ผิดและเรียงประโยคข้ามได้
- Text completion เป็นพาร์ตใหม่ที่ข้อสอบ GAT ไม่เคยมี ต้องหาโจทย์แนว TGAT มาฝึกเพิ่ม
🎯 อยากอัปคะแนน TGAT + A-Level ENG ให้ถึง 80–90+? ดูคอร์สอังกฤษ TCAS + ตะลุยโจทย์ 5,990 บาท หรือ ทัก LINE @englishnirin
GAT ENG กับ TGAT ENG ต่างกันยังไง สรุปในตารางเดียว
ต่างกัน 3 เรื่องหลักคือ จำนวนพาร์ต เวลา และคะแนนเต็ม จำนวนข้อยังเท่าเดิมที่ 60 ข้อ แต่ข้อสอบถูกตัดจาก 4 Part เหลือ 2 ส่วน และเวลาหายไป 30 นาที ตารางข้างล่างเทียบให้ครบทุกช่อง
| หัวข้อ | GAT ENG (ใช้ถึงปีการศึกษา 2565) | TGAT ENG (ใช้ตั้งแต่ TCAS66 ถึงปัจจุบัน) |
|---|---|---|
| ชื่อทางการ | GAT ความถนัดทั่วไป ตอนที่ 2 (รหัสวิชา 85) | TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ (รหัสวิชา 91) |
| ผู้จัดสอบ | สทศ. | ทปอ. (สมัครผ่าน mytcas.com) |
| จำนวนข้อ | 60 ข้อ | 60 ข้อ |
| คะแนนเต็ม | 150 คะแนน (ข้อละ 2.5 คะแนน) | 100 คะแนน |
| เวลาสอบ | 90 นาที | 60 นาที |
| เวลาต่อข้อ | ประมาณ 1 นาที 30 วินาที | ประมาณ 1 นาที |
| โครงสร้าง | 4 Part: Expressions 15 ข้อ, Vocabulary 15 ข้อ, Reading 15 ข้อ, Structure and Writing 15 ข้อ | 2 ส่วน: ทักษะการพูด 30 ข้อ 50 คะแนน และทักษะการอ่าน 30 ข้อ 50 คะแนน |
| รูปแบบตัวเลือก | ขึ้นกับปีของฉบับที่หยิบมา ต้องดูคำชี้แจงหน้าแรกของฉบับนั้น | ปรนัย 4 ตัวเลือก ตามโครงสร้างข้อสอบของ ทปอ. |
| มีข้อไวยากรณ์เดี่ยวไหม | มี อยู่ใน Part Four | ไม่มี ไวยากรณ์แฝงอยู่ในบทสนทนาและบทความ |
จุดที่ควรจำไว้ก่อนเปิดข้อสอบเก่าคือ เวลาต่อข้อ เพราะคนส่วนใหญ่โฟกัสแต่เรื่องพาร์ตที่หายไป แล้วลืมว่าจังหวะการทำข้อสอบเร็วขึ้นเกือบหนึ่งเท่าตัว ถ้าอยากเห็นภาพโครงสร้างปัจจุบันแบบละเอียดกว่านี้ อ่านต่อได้ที่หน้า TGAT ENG คืออะไร
TGAT เริ่มสอบปีไหน แล้ว GAT ENG หายไปตอนไหน
TGAT ถูกนำมาใช้แทน GAT/PAT ตั้งแต่ ระบบ TCAS66 หรือปีการศึกษา 2566 ซึ่งจัดสอบครั้งแรกช่วงปลายปี 2565 ส่วนข้อสอบ GAT ฉบับสุดท้ายที่มีการจัดสอบคือปีการศึกษา 2565 หลังจากนั้นระบบสอบกลางของ TCAS ก็เปลี่ยนมาเป็น TGAT, TPAT และ A-Level ทั้งหมด
แปลว่าถ้าคุณกำลังดาวน์โหลด “ข้อสอบ GAT อังกฤษ เก่า” มาฝึก สิ่งที่ได้มาคือข้อสอบที่มีอายุอย่างน้อย 4 ปีขึ้นไป และถูกออกแบบมาด้วยพิมพ์เขียวคนละฉบับกับข้อสอบที่คุณกำลังจะเจอ ไม่ได้แปลว่าใช้ไม่ได้ แต่แปลว่า ต้องเลือกใช้เป็นพาร์ต ๆ ไม่ใช่ทำทั้งฉบับแล้วนับคะแนน
อีกเรื่องที่มักสับสนคือ GAT เก่าไม่ได้มีแต่ภาษาอังกฤษ GAT เต็มฉบับมี 2 ตอน ตอนที่ 1 คือข้อสอบเชื่อมโยง และตอนที่ 2 คือภาษาอังกฤษ เวลาคนพูดว่า “GAT ENG” จึงหมายถึงตอนที่ 2 เท่านั้น ส่วนข้อสอบเชื่อมโยงถูกยุบหายไปพร้อมระบบเก่า ไม่มีในระบบปัจจุบัน
ข้อสอบ GAT อังกฤษเก่า พาร์ตไหนยังใช้ฝึกได้ พาร์ตไหนควรข้าม
สรุปสั้น ๆ คือ ใช้ได้เต็ม ๆ 2 Part ใช้ได้บางส่วน 1 Part และข้ามได้ 1 Part ตารางนี้จับคู่พาร์ตเก่ากับพาร์ตใหม่ให้เห็นว่าอะไรตรงกับอะไร
| พาร์ตในข้อสอบ GAT เก่า | ตรงกับส่วนไหนของ TGAT ENG | ใช้ฝึกได้แค่ไหน |
|---|---|---|
| Part One: Expressions (ข้อ 1–15) บทสนทนาสั้น | ทักษะการพูด: Question-Response, Short conversations, Long conversations | ใช้ได้ดีที่สุด แนวคิดการเลือกคำตอบเหมือนกันเกือบทั้งหมด |
| Part Two: Vocabulary (ข้อ 16–30) ศัพท์ตามบริบทและการรับรู้ความหมาย | ไม่มีพาร์ตศัพท์เดี่ยวแล้ว ศัพท์ไปแฝงใน Text completion | ใช้ได้ทางอ้อม เก็บเป็นคลังศัพท์ ไม่ต้องจับเวลาเป็นข้อสอบ |
| Part Three: Reading (ข้อ 31–45) อ่านบทความแล้วตอบคำถาม | ทักษะการอ่าน: Reading comprehension | ใช้ได้ดี แต่บทความเก่ายาวกว่า ให้ฝึกเป็นการอ่านเพิ่มกำลัง |
| Part Four: Structure and Writing (ข้อ 46–60) หาจุดผิด เติมคำ เรียงประโยค | เฉพาะข้อเติมคำพอเทียบกับ Text completion ได้บ้าง | ใช้เฉพาะข้อเติมคำ ส่วนข้อหาที่ผิดกับเรียงประโยคข้ามได้ |
สังเกตช่องขวาสุดให้ดี จะเห็นว่าข้อสอบ GAT หนึ่งฉบับให้โจทย์ที่ตรงแนว TGAT จริง ๆ ราว 30 ข้อจาก 60 ข้อเท่านั้น ถ้าวางแผนตามนี้จะประหยัดเวลาได้มาก แทนที่จะนั่งทำทั้งฉบับแล้วเสียเวลาครึ่งหนึ่งไปกับพาร์ตที่ไม่ออกสอบแล้ว
พาร์ตที่ข้อสอบเก่าไม่มีเลย คือ Text completion
นี่คือช่องว่างใหญ่ที่สุดของการฝึกด้วยข้อสอบเก่า ทักษะการอ่านของ TGAT1 แบ่งเป็นสองแบบคือ Text completion 15 ข้อ กับ Reading comprehension 15 ข้อ โดย Text completion คือการเติมข้อความลงในเนื้อเรื่องให้สมบูรณ์ จำนวน 2 บทความ บทความละ 7–8 ข้อ ซึ่ง GAT เก่าไม่เคยมีรูปแบบนี้เป็นพาร์ตเต็ม
ความต่างอยู่ที่วิธีคิด ข้อศัพท์ของ GAT ตัดสินได้จากประโยคเดียว แต่ Text completion ต้องดูว่าประโยคก่อนหน้าและประโยคถัดไปกำลังพาเนื้อเรื่องไปทางไหน คำตอบที่ถูกไวยากรณ์อาจผิดได้ถ้ามันขัดกับทิศทางของย่อหน้า
โจทย์ตัวอย่างที่แต่งขึ้นตามรูปแบบข้อสอบ (Text completion)
Many students believe that reading faster simply means skipping words. In fact, real speed comes from knowing ___ to slow down: at the sentence that states the writer’s main point.
ตัวเลือก: (1) what (2) when (3) which (4) whether
เฉลย: (2) when — เพราะข้อความหลังช่องว่างคือ at the sentence that… ซึ่งบอก “จุดที่ต้องช้าลง” จึงต้องการคำที่ถามถึงจังหวะหรือตำแหน่ง ไม่ใช่สิ่งของ ข้อ (1) และ (3) ต้องตามด้วยคำนาม ส่วนข้อ (4) ให้ความหมายว่า “จะช้าหรือไม่ช้า” ซึ่งขัดกับประโยคที่ยืนยันไปแล้วว่าต้องช้าลง จุดสำคัญคือคำตอบมาจากบริบทรอบช่องว่าง ไม่ใช่จากการแปลคำศัพท์ทีละคำ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากมีคนช่วยตรวจว่าเราคิดถูกทางไหม? คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG มีเฉลยแบบอธิบายเหตุผลทุกตัวเลือก และมีทีมติวเตอร์ตอบคำถามให้
เอา Part Expressions เก่ามาฝึก Speaking ของ TGAT ยังไงให้ได้ผล
ฝึกได้เลย แต่ต้องเปลี่ยนวิธีตรวจ 3 อย่าง คือ จับเวลา 1 นาทีต่อข้อ อ่านตัวลวงทุกตัวก่อนเลือก และเขียนเหตุผลที่ตัวลวงผิด เพราะสิ่งที่ TGAT วัดคือการเลือกประโยคที่ “คนจริง ๆ จะพูดในสถานการณ์นั้น” ไม่ใช่ประโยคที่ถูกไวยากรณ์ที่สุด
โจทย์ตัวอย่างที่แต่งขึ้นตามรูปแบบข้อสอบ (Question-Response)
A: I’m afraid I left the report at home.
B: ___
ตัวเลือก: (1) That’s why I printed two copies. (2) Don’t worry — just email it to me by noon. (3) You should have been more careful. (4) I left mine at home yesterday.
เฉลย: (2) — สถานการณ์คือคนหนึ่งบอกปัญหา อีกคนต้องตอบให้บทสนทนาเดินต่อได้ ข้อ (2) รับปัญหาแล้วเสนอทางออกที่ทำได้จริง ส่วนข้อ (1) พูดถึงตัวเองโดยไม่แก้ปัญหาให้คู่สนทนา ข้อ (3) เป็นการตำหนิซึ่งไม่เข้ากับน้ำเสียงของ I’m afraid ที่กำลังขอความเห็นใจ และข้อ (4) เล่าเรื่องตัวเองจนบทสนทนาค้าง ตัวลวงแบบนี้เป็นแบบเดียวกับที่ข้อสอบเก่าใช้ จึงฝึกต่อกันได้
เทคนิคแยกตัวลวงในพาร์ตบทสนทนา ใช้ร่วมกับวิธีอ่านโจทย์ในพาร์ตอ่านได้ ถ้าอยากเจาะเรื่องการอ่านโดยเฉพาะ ลองอ่าน วิธีอ่าน passage ให้เจอคำตอบเร็วแยกตามประเภทคำถาม ประกอบ
จุดที่นักเรียนพลาดบ่อยเวลาเอาข้อสอบ GAT เก่ามาฝึก
จากที่เห็นบ่อยในห้องเรียน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ข้อสอบเก่าไม่ดี” แต่อยู่ที่วิธีใช้ 5 แบบนี้
- ฝึกโดยไม่จับเวลา แล้วติดจังหวะ 1.5 นาทีต่อข้อของข้อสอบเก่า พอเข้าห้องสอบจริงที่มีแค่ 1 นาทีต่อข้อ เลยทำไม่ทันพาร์ตท้าย
- ทำทั้งฉบับแล้วคิดคะแนนเต็ม 150 ซึ่งเทียบกับคะแนนจริงไม่ได้ เพราะฐานคะแนนและสัดส่วนพาร์ตต่างกัน ควรนับเป็นจำนวนข้อถูกต่อพาร์ตแทน
- ทุ่มเวลาให้ Part Four นั่งท่องกฎไวยากรณ์ยาว ๆ ทั้งที่ข้อสอบปัจจุบันไม่มีข้อไวยากรณ์เดี่ยวให้ทำแล้ว
- ท่องศัพท์จาก Part Two แบบคำเดี่ยว จำคำแปลได้แต่ใช้ในบทความไม่เป็น พอเจอ Text completion ที่ต้องดูทิศทางของย่อหน้าก็เลือกผิด
- เปิดเฉลยแล้วจำแค่ข้อที่ถูก ไม่ได้ไล่ว่าตัวลวงแต่ละตัวผิดเพราะอะไร ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ทำข้อใหม่ที่ไม่เคยเห็นได้
ข้อ 5 คือจุดที่ต่างกันมากที่สุดระหว่างคนที่ฝึกแล้วคะแนนขยับกับคนที่ฝึกเยอะแต่คะแนนนิ่ง การไล่เหตุผลของตัวลวงใช้เวลามากกว่าการทำข้อใหม่ แต่ให้ผลคุ้มกว่าเสมอ ถ้าต้องการคนช่วยไล่เฉลยให้ทีละข้อพร้อมชุดโจทย์ที่ตรงพิมพ์เขียวปัจจุบัน คอร์สอังกฤษ ม.ปลายของพี่หมอนิริน ออกแบบมาให้ฝึกแบบนั้นโดยเฉพาะ
แผน 7 วัน ใช้ข้อสอบเก่าให้คุ้มโดยไม่เสียเวลาเปล่า
แผนนี้ใช้ข้อสอบ GAT เก่า 3–4 ฉบับ โดยหยิบมาเฉพาะพาร์ตที่ยังตรงแนว และเว้นที่ให้ Text completion ซึ่งต้องหาโจทย์แนวปัจจุบันมาเสริม
| วัน | สิ่งที่ทำ | จับเวลา |
|---|---|---|
| วันที่ 1 | Part One (Expressions) จาก 2 ฉบับ รวม 30 ข้อ | 30 นาที |
| วันที่ 2 | ไล่เฉลยวันที่ 1 เขียนเหตุผลที่ตัวลวงผิดทุกข้อที่ตอบผิด | ไม่จับเวลา |
| วันที่ 3 | Part Three (Reading) จาก 2 ฉบับ รวม 30 ข้อ | 30 นาที |
| วันที่ 4 | ไล่เฉลยวันที่ 3 จดว่าคำตอบอยู่บรรทัดไหนของบทความ | ไม่จับเวลา |
| วันที่ 5 | Part Two (Vocabulary) เก็บศัพท์ลงสมุด 30 คำ พร้อมประโยคที่เจอ | ไม่จับเวลา |
| วันที่ 6 | ฝึก Text completion แนวปัจจุบัน 2 บทความ (ข้อสอบเก่าไม่มีพาร์ตนี้) | 15 นาที |
| วันที่ 7 | ทำชุดจำลอง 60 ข้อ แบ่ง Speaking 30 + Reading 30 ให้ครบ | 60 นาที |
วนซ้ำแบบนี้สัปดาห์ละรอบ โดยเปลี่ยนฉบับข้อสอบเก่าไปเรื่อย ๆ สิ่งที่ต้องขยับขึ้นทุกสัปดาห์ไม่ใช่จำนวนข้อที่ทำ แต่เป็นความเร็วในการตัดตัวลวงทิ้ง
แล้วต้องสอบทั้ง TGAT ENG และ A-Level อังกฤษไหม
ขึ้นกับคณะที่จะยื่น หลายคณะใช้ TGAT อย่างเดียว บางคณะใช้ A-Level 82 ภาษาอังกฤษด้วย และบางคณะใช้ทั้งคู่ในสัดส่วนต่างกัน จึงควรเช็กเกณฑ์ของคณะเป้าหมายใน mytcas.com ก่อนวางตารางอ่าน ไม่ใช่เดาจากรุ่นพี่
ในแง่การฝึก ข้อสอบ GAT เก่าช่วยฝั่ง TGAT ได้มากกว่า เพราะ A-Level อังกฤษมีพาร์ตที่กว้างกว่าและบทความยาวกว่า ถ้ายังไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมตัวไหนก่อน อ่านเปรียบเทียบได้ที่ TGAT กับ A-Level ต่างกันยังไง และถ้าอยากรู้ว่าเรื่องไวยากรณ์ต้องแม่นแค่ไหนในสนามปัจจุบัน ลองดู เรื่องแกรมม่าที่ใช้จริงในข้อสอบ เพิ่มเติม
สำหรับ DEK70 ช่วงเวลาที่ควรเริ่มหยิบข้อสอบเก่ามาฝึกคือตอนนี้ เพราะการสมัครสอบ TGAT/TPAT อยู่ช่วง 4–10 พ.ย. 2569 และสอบ TGAT วันที่ 30 ม.ค. 2570 ตามปฏิทินที่ประกาศไว้ ส่วน A-Level ภาษาอังกฤษสอบ 14 มี.ค. 2570 ให้ตรวจวันอีกครั้งกับ mytcas.com ก่อนวางแผน
คำถามที่พบบ่อย
ข้อสอบ GAT อังกฤษ เก่า ยังใช้ฝึก TGAT ENG ได้ไหม
ได้ แต่ใช้เป็นพาร์ตไม่ใช่ทั้งฉบับ พาร์ตที่ตรงแนวที่สุดคือ Part One (Expressions) กับ Part Three (Reading) ส่วน Part Four ให้หยิบเฉพาะข้อเติมคำ และอย่าลืมจับเวลาที่ 1 นาทีต่อข้อตามเกณฑ์ปัจจุบัน
TGAT เริ่มสอบปีไหน
TGAT ถูกนำมาใช้แทน GAT/PAT ตั้งแต่ระบบ TCAS66 หรือปีการศึกษา 2566 โดยจัดสอบครั้งแรกช่วงปลายปี 2565 ส่วนข้อสอบ GAT ฉบับสุดท้ายคือปีการศึกษา 2565
GAT ENG กับ TGAT ENG จำนวนข้อเท่ากันไหม
เท่ากันที่ 60 ข้อ แต่คะแนนเต็มต่างกัน GAT ENG เต็ม 150 คะแนน ส่วน TGAT1 เต็ม 100 คะแนน และเวลาลดจาก 90 นาที เหลือ 60 นาที ทำให้เวลาต่อข้อเหลือประมาณ 1 นาที
TGAT ENG มีข้อไวยากรณ์เดี่ยวเหมือน Part Four ของ GAT ไหม
ไม่มีแล้ว โครงสร้างปัจจุบันแบ่งเป็นทักษะการพูด 30 ข้อ และทักษะการอ่าน 30 ข้อ ไวยากรณ์จะแฝงอยู่ในบทสนทนาและในข้อเติมข้อความ ไม่ได้ถามเป็นข้อแยกให้หาจุดผิด
เอาคะแนนที่ทำได้จากข้อสอบ GAT เก่ามาเทียบคะแนน TGAT ได้ไหม
เทียบตรง ๆ ไม่ได้ เพราะฐานคะแนนและสัดส่วนพาร์ตต่างกัน วิธีที่ใช้ได้จริงคือนับจำนวนข้อถูกแยกเป็นพาร์ต แล้วดูว่าพาร์ตบทสนทนากับพาร์ตอ่านของตัวเองขยับขึ้นหรือไม่
ถ้าฝึกด้วยข้อสอบเก่าอย่างเดียวพอไหม
ไม่พอ เพราะ Text completion ซึ่งมี 15 ข้อในข้อสอบปัจจุบัน เป็นรูปแบบที่ข้อสอบ GAT เก่าไม่มี จึงต้องหาโจทย์แนวปัจจุบันมาเสริมอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
คอร์สแนะนำจากพี่หมอนิริน
คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG
- ✅ เนื้อหาครอบคลุมอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด ปูพื้นฐานจนถึงทำโจทย์ทุกรูปแบบ
- ✅ ตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG พร้อมหลักการ สูตรลัด และเทคนิค
- ✅ หนังสือ 6 เล่ม ส่งฟรีถึงบ้าน
- ✅ มีทีมติวเตอร์ช่วยตอบคำถามระหว่างเรียน
- ✅ เรียนได้ทั้งคอม มือถือ และแท็บเล็ต
ราคาพิเศษ
5,990 บาท
สมัครเรียนทาง LINE @englishnirin
แอดไลน์ @englishnirin แล้วพิมพ์ว่า “สนใจคอร์ส 5,990” ทีมงานจะส่งรายละเอียดและวิธีสมัครให้
ดูรีวิวคะแนนจากน้อง ๆ · ดูรายละเอียดคอร์สอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด

