Tone & Attitude ข้อสอบอังกฤษ A-Level: ศัพท์บอกน้ำเสียง 30 คำ + โจทย์

มาตรวัดครึ่งวงกลมแบ่ง 3 โซน ลบ กลาง บวก เข็มชี้คำ skeptical พร้อมป้ายคำสัญญาณ so-called และ may ประกอบบทความ tone attitude ข้อสอบอังกฤษ
พี่หมอนิริน

พี่หมอนิริน

ท็อปอังกฤษ 1% ของประเทศ (เปอร์เซ็นไทล์ 99.8) · เกียรตินิยม ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อัปเดตล่าสุด 8 พ.ย. 2569

สรุปคำตอบสั้น ๆ

คำถาม Tone & Attitude ในข้อสอบอังกฤษถามว่าผู้เขียน “รู้สึกอย่างไร” ต่อเรื่องที่เขียน ไม่ได้ถามว่าเรื่องนั้นพูดถึงอะไร วิธีตอบคือหา คำสัญญาณ 4 แบบ ในบทความ ได้แก่ คำคุณศัพท์/กริยาวิเศษณ์ที่มีน้ำหนัก, คำแสดงความไม่แน่ใจ, คำขัดแย้ง และเครื่องหมายวรรคตอน แล้วเลือกตัวเลือกที่ตรงทั้ง ทิศทาง (บวก/ลบ/กลาง) และระดับความแรง

ประเด็นสำคัญ

  • Tone คือท่าทีของผู้เขียน ไม่ใช่ความรู้สึกของผู้อ่าน (mood) และไม่ใช่ความรู้สึกของตัวละครในเรื่อง
  • ตอบให้ถูกต้องเช็ก 2 ชั้น: ทิศทาง (บวก/ลบ/กลาง) แล้วค่อยดูความแรง เช่น concerned เบากว่า alarmed
  • คำอย่าง merely, surprisingly, regrettably, so-called บอก tone ได้ชัดกว่าเนื้อหาทั้งย่อหน้า
  • บทความวิชาการใน A-Level ส่วนใหญ่ tone อยู่โซนกลาง ๆ เช่น objective, cautious, critical ตัวเลือกที่สุดโต่งอย่าง furious หรือ ecstatic มักเป็นตัวลวง
  • ขอบเขตคำถามสำคัญ ถ้าถาม attitude ต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้อ่านเฉพาะประโยคที่พูดถึงเรื่องนั้น

🎯 อยากอัปคะแนน TGAT + A-Level ENG ให้ถึง 80–90+? ดูคอร์สอังกฤษ TCAS + ตะลุยโจทย์ 5,990 บาท หรือ ทัก LINE @englishnirin

คำถาม Tone & Attitude ในข้อสอบอังกฤษ ถามอะไรกันแน่

คำถามแบบนี้ถามว่าผู้เขียนมีท่าทีต่อเรื่องที่เขียนอย่างไร ไม่ได้ถามว่าบทความพูดเรื่องอะไร ใน Reading ของ A-Level อังกฤษ เวลาโจทย์อยากวัดว่าเราอ่าน “น้ำเสียง” ของผู้เขียนออกไหม มักจะถามด้วยประโยคแบบนี้

  • The author’s tone in this passage can best be described as …
  • What is the author’s attitude toward the new policy?
  • How does the writer feel about online learning?
  • The word “merely” in paragraph 2 suggests that the author is …

สิ่งที่ต้องแยกให้ออกก่อนทำข้อสอบ

  • Tone / Attitude = ท่าทีของผู้เขียนต่อเรื่องนั้น (เช่น skeptical ต่อนโยบาย)
  • Mood = บรรยากาศหรือความรู้สึกที่ผู้อ่านได้รับ ถ้าโจทย์ถาม mood จะเขียนคำว่า mood ไว้ชัด ๆ
  • ความรู้สึกของตัวละครหรือคนที่ถูกอ้างถึง ไม่นับเป็น tone ของผู้เขียน เช่น บทความยกคำพูดนักวิจัยที่ตื่นเต้น แต่ผู้เขียนเองอาจกำลังสงสัยอยู่

Tone เป็นการอ่านระหว่างบรรทัดแบบหนึ่ง จึงใกล้กับคำถาม Inference มาก ถ้ายังไม่ชินกับการอนุมานจากหลักฐาน แนะนำให้อ่าน วิธีตอบคำถาม Inference ไม่ให้เดามั่ว ประกอบ ส่วนบทความนี้เน้นเฉพาะการอ่าน “น้ำเสียง” กับคำศัพท์ที่ใช้ในตัวเลือก

คำสัญญาณ 4 แบบ ที่บอก tone ของผู้เขียน

tone ไม่ได้ซ่อนอยู่ทั้งย่อหน้า แต่ฝังอยู่ใน “คำสัญญาณ” ไม่กี่คำ ถ้าวงคำเหล่านี้ได้ระหว่างอ่าน จะตอบได้เร็วขึ้นมาก

1. คำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์ที่มีน้ำหนัก (loaded words)

คำอย่าง remarkable, alarming, trivial, deplorable, promising บอกทิศทางทันทีว่าผู้เขียนมองบวกหรือลบ ให้สังเกตว่าคำพวกนี้ไม่จำเป็นต่อการเล่าข้อเท็จจริง ผู้เขียนเลือกใส่เองเพราะอยากแสดงความเห็น

2. กริยาวิเศษณ์แสดงความเห็น (comment adverbs)

คำที่วางต้นประโยคหรือหน้ากริยา เช่น unfortunately, surprisingly, regrettably, admittedly, merely, only, hardly ตัวอย่าง “The plan merely delays the problem.” คำว่า merely ทำให้ประโยคกลายเป็นการวิจารณ์ทันที ทั้งที่ถ้าตัดออก ประโยคจะเป็นกลาง

3. คำแสดงความไม่แน่ใจ (hedging)

may, might, could, seems, appears, it is possible that, further research is needed คำกลุ่มนี้บอกว่าผู้เขียน cautious / tentative ไม่ใช่ confident พบบ่อยมากในบทความวิทยาศาสตร์และงานวิจัย

4. โครงสร้างขัดแย้งและเครื่องหมายวรรคตอน

  • คำขัดแย้ง (although, while, yet, however) มักเป็นจุดที่ผู้เขียนเฉลยท่าทีจริง ส่วนหลังคำขัดแย้งคือสิ่งที่ผู้เขียนให้น้ำหนักมากกว่า
  • เครื่องหมายคำพูดรอบคำ เช่น the “miracle” diet หรือคำว่า so-called แปลว่าผู้เขียนไม่เชื่อคำนั้น เป็นสัญญาณของ skeptical หรือ sarcastic
  • คำถามเชิงวาทศิลป์ (rhetorical question) เช่น “Who really benefits from this?” มักแสดงความสงสัยหรือขุ่นเคือง

คำศัพท์บอกน้ำเสียง 30 คำ ที่เจอในตัวเลือกบ่อย

ตารางนี้จัดคำ tone 30 คำตามโซน บวก กลาง ลบ พร้อมคำสัญญาณที่มักเจอในบทความ จำแค่คำแปลไม่พอ ต้องจำว่าคำนั้นมาคู่กับประโยคแบบไหน จึงจะจับคู่กับบทความได้

คำ tone ความหมาย โซน คำสัญญาณที่มักเจอในบทความ
optimistic มองโลกในแง่ดี เชื่อว่าจะดีขึ้น บวก will likely improve, promising, a bright future
enthusiastic กระตือรือร้น ชื่นชอบมาก บวก remarkable, exciting, can’t wait
admiring ชื่นชม นับถือ บวก impressive, brilliant, deserves credit
approving เห็นด้วย สนับสนุน บวก a sensible step, rightly, welcome
supportive ให้กำลังใจ อยู่ข้างเดียวกัน บวก should be encouraged, worth backing
hopeful มีความหวัง (เบากว่า optimistic) บวก may finally, there is a chance
nostalgic คิดถึงอดีต บวก/ผสม back then, those days, used to
humorous ขำขัน ตลก บวก/ผสม เล่นคำ, เปรียบเทียบเกินจริงแบบขำ ๆ
objective เป็นกลาง ไม่ใส่ความเห็น กลาง ตัวเลข ข้อเท็จจริง ไม่มีคำคุณศัพท์หนัก ๆ
neutral เป็นกลาง ไม่เอียงข้างใด กลาง some argue…, others believe…
informative ให้ข้อมูล อธิบาย กลาง according to, research shows, is defined as
analytical วิเคราะห์ แยกเหตุผล กลาง this suggests, as a result, one factor is
cautious ระมัดระวัง ไม่ฟันธง กลาง may, might, it is possible, further research is needed
tentative ยังไม่แน่ใจ ลังเล กลาง perhaps, seems, appears to
ambivalent รู้สึกสองจิตสองใจ กลาง/ผสม on the one hand… on the other, while… yet
indifferent ไม่สนใจ เฉย ๆ กลาง/ลบ it hardly matters, whatever happens
skeptical สงสัย ยังไม่เชื่อ ลบ claims to, so-called, remains to be seen
doubtful ไม่แน่ใจว่าจริง ลบ it is unclear whether, questionable
critical วิจารณ์ ชี้ข้อบกพร่อง ลบ fails to, flawed, falls short
disapproving ไม่เห็นด้วย ลบ unwise, should not have, a mistake
concerned กังวล เป็นห่วง ลบ worrying, a risk, could lead to
alarmed ตกใจ กังวลหนัก (แรงกว่า concerned) ลบ alarming, crisis, at an unprecedented rate
pessimistic มองโลกแง่ร้าย ลบ unlikely to, doomed, little hope
disappointed ผิดหวัง ลบ unfortunately, had hoped, fell short of
regretful เสียดาย เสียใจ ลบ regrettably, if only, should have
sarcastic ประชดประชัน ลบ พูดกลับด้าน เช่น ‘Great, another meeting.’
ironic เหน็บแนม ผลลัพธ์กลับตาลปัตร ลบ/ผสม ironically, of all things, the very thing
cynical มองว่าคนทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ลบ of course they say that, only to
indignant ขุ่นเคืองเพราะไม่ยุติธรรม ลบ outrageous, unacceptable, how can
condescending ดูถูก ทำตัวเหนือกว่า ลบ simply, obviously, even a child knows

เทคนิคจำ ให้จับเป็นคู่ที่ “ทิศเดียวกันแต่แรงต่างกัน” เช่น hopeful < optimistic, concerned < alarmed, critical < indignant, doubtful < skeptical < cynical เพราะโจทย์ชอบเอาคู่แบบนี้มาเป็นตัวลวงด้วยกัน

วิธีตอบคำถาม tone ใน 3 ขั้น

ตัดตัวเลือกด้วยทิศทางก่อน แล้วค่อยเทียบความแรง วิธีนี้ทำให้เหลือตัวเลือกไม่เกิน 2 ตัวในเวลาไม่กี่วินาที

  1. เช็กขอบเขต: โจทย์ถาม tone ของทั้งบทความ หรือ attitude ต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ถ้าเป็นอย่างหลัง อ่านเฉพาะประโยคที่พูดถึงเรื่องนั้น
  2. ตัดตามทิศทาง: จากคำสัญญาณที่วงไว้ ตัดสินว่าบวก ลบ หรือกลาง แล้วขีดตัวเลือกที่ผิดทิศทิ้ง
  3. เทียบความแรง: ถ้าผู้เขียนใช้ may/might ตลอด อย่าเลือกคำแรงอย่าง alarmed หรือ outraged ถ้าผู้เขียนใช้ crisis, devastating ก็อย่าเลือกคำเบาอย่าง slightly concerned

บทความยาวใน A-Level มักเปลี่ยนน้ำเสียงระหว่างย่อหน้า เช่น ย่อหน้าแรกเล่าเป็นกลาง ย่อหน้าท้ายเริ่มวิจารณ์ คำถาม tone ของทั้งบทความจึงมักยึดย่อหน้าสรุปเป็นหลัก ถ้ายังอ่านบทความยาวไม่ทัน ดู วิธีอ่านบทความยาวให้ทันเวลา ก่อน

จุดที่นักเรียนพลาดบ่อยในข้อ tone

ที่พลาดบ่อยที่สุดคือเอาความเห็นตัวเองไปตอบแทนความเห็นผู้เขียน จากการสอนพบว่าข้อ tone ไม่ได้ยากเพราะศัพท์อย่างเดียว แต่เพราะติดนิสัยเหล่านี้

  • ตอบตามเรื่อง ไม่ตอบตามท่าที: บทความเรื่องมลพิษไม่จำเป็นต้องมี tone ลบ ถ้าผู้เขียนเล่าข้อมูลเฉย ๆ คำตอบอาจเป็น objective หรือ informative
  • เลือกคำที่สุดโต่งเกินไป: บทความวิชาการส่วนใหญ่ไม่โกรธจัดหรือดีใจสุดขีด ตัวเลือกอย่าง furious, ecstatic, hostile มักผิด
  • หลงคำพูดของคนอื่นในบทความ: ผู้เขียนยกคำพูดคนที่ตื่นเต้นมา แล้วตามด้วย “However, the evidence remains thin.” แปลว่าผู้เขียนเองคือ skeptical
  • ไม่รู้จักคำ tone ระดับสูง: เจอ ambivalent, indifferent, condescending ในตัวเลือกแล้วข้ามไป ทั้งที่อาจเป็นคำตอบ ควรท่องตารางด้านบนให้ขึ้นใจ

ถ้าอยากฝึกจับคำสัญญาณแบบมีคนชี้ให้ดูทีละประโยค คอร์สอังกฤษเตรียม TCAS ของพี่หมอนิริน มีบทเรียน Reading ที่แยกประเภทคำถามและตะลุยโจทย์แนวนี้โดยเฉพาะ

โจทย์ฝึก Tone & Attitude 4 ข้อ พร้อมเฉลย

โจทย์ตัวอย่างที่แต่งขึ้นตามรูปแบบข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบจริง ลองทำก่อนแล้วค่อยอ่านเฉลย

ข้อ 1

“The company proudly calls its new packaging ‘eco-friendly’. Yet the so-called green boxes are still wrapped in two layers of plastic, and the firm has published no data to support its claim.”

The author’s attitude toward the company’s claim is best described as …

A) admiring   B) skeptical   C) indifferent   D) nostalgic

เฉลย B) skeptical — คำสัญญาณคือเครื่องหมายคำพูดรอบ ‘eco-friendly’, คำว่า so-called และ “no data to support its claim” ทั้งหมดบอกว่าผู้เขียนไม่เชื่อ ส่วน A ผิดทิศ, C ผิดเพราะผู้เขียนใส่ใจมากพอจะชี้ข้อบกพร่อง

ข้อ 2

“Early results suggest that the new reading app may help some students improve their vocabulary. However, the study involved only one school, and it is too soon to say whether the effect will last.”

The writer’s tone can best be described as …

A) cautious   B) enthusiastic   C) alarmed   D) sarcastic

เฉลย A) cautious — มีคำ hedging ครบชุด: suggest, may, some, too soon to say ผู้เขียนมองบวกเล็กน้อยแต่ไม่ฟันธง B แรงเกินไป C และ D ผิดทิศ

ข้อ 3

“Once again, the city has spent millions on a bridge that nobody asked for, while the bus system, which thousands rely on every day, continues to break down. How much longer must commuters wait?”

Which word best describes the author’s attitude toward the city’s spending?

A) approving   B) neutral   C) indignant   D) hopeful

เฉลย C) indignant — สัญญาณคือ “Once again”, “nobody asked for” การเทียบกับระบบรถเมล์ที่คนใช้จริง และคำถามเชิงวาทศิลป์ตอนท้าย ทั้งหมดแสดงความขุ่นเคืองเรื่องความไม่ยุติธรรม B ผิดเพราะมีความเห็นชัดเจน

ข้อ 4

“Remote work has given many employees more time with their families, and that is no small gain. Still, I cannot help wondering what is lost when colleagues never share a coffee break or a hallway conversation.”

The author’s attitude toward remote work is …

A) entirely negative   B) ambivalent   C) objective   D) condescending

เฉลย B) ambivalent — ประโยคแรกบวก (“no small gain”) ประโยคหลังเริ่มด้วย Still แล้วแสดงความกังวล ผู้เขียนจึงรู้สึกทั้งสองทาง A ผิดเพราะลืมครึ่งแรก C ผิดเพราะมีคำว่า I cannot help wondering ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัว

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากมีคนช่วยตรวจว่าเราคิดถูกทางไหม? คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG มีเฉลยแบบอธิบายเหตุผลทุกตัวเลือก และมีทีมติวเตอร์ตอบคำถามให้

ทักไปถามทาง LINE @englishnirin

ฝึกอ่าน tone ทุกวันยังไง ให้ใช้ได้จริงในห้องสอบ

ฝึกวันละ 10–15 นาทีด้วยการวงคำสัญญาณในบทความข่าวหรือบทความความเห็นภาษาอังกฤษ แล้วเขียนคำ tone 1 คำไว้ท้ายย่อหน้า

  1. เลือกบทความ 1 ชิ้น อ่านทีละย่อหน้า วงคำสัญญาณทั้ง 4 แบบ
  2. เขียนโซน (บวก/กลาง/ลบ) และคำ tone จากตาราง 30 คำ ที่ตรงที่สุด
  3. ถามตัวเองว่า “ถ้าตัดคำที่วงออก ประโยคยังมีความเห็นไหม” ถ้าไม่มี แปลว่าวงถูกจุด
  4. สัปดาห์ละครั้ง ทำโจทย์ Reading แนว A-Level แล้วจดข้อ tone ที่ผิดลงสมุด แยกว่าผิดเพราะทิศทาง ความแรง หรือขอบเขต

อยากเห็นภาพรวมว่า Reading อยู่ส่วนไหนของข้อสอบ และพาร์ตอื่นต้องเตรียมอะไร อ่านต่อที่ หน้าสรุป A-Level อังกฤษ ส่วนใครอยากมีแผนฝึกพร้อมโจทย์ครบทุกพาร์ต ดู คอร์สอังกฤษ ม.ปลาย สำหรับ TGAT และ A-Level

คำถามที่พบบ่อย

Tone กับ Attitude ในข้อสอบอังกฤษต่างกันไหม

ในข้อสอบใช้แทนกันได้เกือบทั้งหมด ทั้งคู่ถามท่าทีของผู้เขียน ความต่างเล็กน้อยคือ attitude มักถามท่าทีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น attitude toward the policy ส่วน tone มักถามภาพรวมของทั้งบทความ

Tone กับ Mood ต่างกันยังไง

Tone คือท่าทีของผู้เขียน ส่วน Mood คือบรรยากาศหรือความรู้สึกที่ผู้อ่านได้รับ ถ้าโจทย์ไม่ได้เขียนคำว่า mood ให้ตอบตามท่าทีของผู้เขียนเสมอ

ถ้าไม่รู้ความหมายคำ tone ในตัวเลือก ควรทำยังไง

ตัดตัวเลือกที่รู้ความหมายและผิดทิศทางทิ้งก่อน แล้วดูรากศัพท์ เช่น dis- / in- มักเป็นลบ ทางที่ดีที่สุดคือท่องตารางคำ tone 30 คำในบทความนี้ให้ขึ้นใจก่อนสอบ

บทความวิชาการส่วนใหญ่มี tone แบบไหน

ส่วนใหญ่อยู่โซนกลาง เช่น objective, informative, analytical หรือ cautious ถ้ามีความเห็นก็มักเป็น critical หรือ concerned แบบสุภาพ คำที่สุดโต่งอย่าง furious หรือ ecstatic จึงมักเป็นตัวลวง

คำว่า merely หรือ so-called บอก tone อะไร

merely ทำให้สิ่งที่พูดถึงดูน้อยหรือไม่พอ มักบอกท่าที critical ส่วน so-called แปลว่าผู้เขียนไม่เชื่อคำที่ตามมา มักบอกท่าที skeptical หรือประชดเล็กน้อย

ฝึกคำถาม tone สำหรับ A-Level อังกฤษได้จากที่ไหน

ฝึกวงคำสัญญาณในบทความภาษาอังกฤษทุกวัน แล้วทำโจทย์ Reading แนว A-Level สัปดาห์ละชุด ถ้าอยากได้โจทย์พร้อมเฉลยทุกพาร์ต ดูคอร์สอังกฤษของพี่หมอนิริน

คอร์สแนะนำจากพี่หมอนิริน

คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG

โปรพิเศษคอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG รวมหนังสือ 6 เล่ม ราคา 5,990 บาท โดยพี่หมอนิริน

  • ✅ เนื้อหาครอบคลุมอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด ปูพื้นฐานจนถึงทำโจทย์ทุกรูปแบบ
  • ✅ ตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG พร้อมหลักการ สูตรลัด และเทคนิค
  • ✅ หนังสือ 6 เล่ม ส่งฟรีถึงบ้าน
  • ✅ มีทีมติวเตอร์ช่วยตอบคำถามระหว่างเรียน
  • ✅ เรียนได้ทั้งคอม มือถือ และแท็บเล็ต

ราคาพิเศษ

5,990 บาท

สมัครเรียนทาง LINE @englishnirin

แอดไลน์ @englishnirin แล้วพิมพ์ว่า “สนใจคอร์ส 5,990” ทีมงานจะส่งรายละเอียดและวิธีสมัครให้

ดูรีวิวคะแนนจากน้อง ๆ · ดูรายละเอียดคอร์สอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด

พี่หมอนิริน

เกี่ยวกับผู้เขียน: พี่หมอนิริน

ท็อปอังกฤษ 1% ของประเทศ (เปอร์เซ็นไทล์ 99.8) · เกียรตินิยม ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สอนคอร์สอังกฤษ ม.ปลาย TCAS ของ English Nirin

ดูผลลัพธ์และรีวิวจากนักเรียน