สรุปคำตอบสั้น ๆ
เปอร์เซ็นไทล์ TGAT คือตัวเลขบอกว่าคะแนนเราสูงกว่าผู้เข้าสอบกี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ที่ทำข้อสอบได้ ถ้าอยู่ เปอร์เซ็นไทล์ 73 แปลว่ามีคนได้คะแนนต่ำกว่าเรา 73% ของผู้สอบทั้งหมด ค่านี้ต่างจาก T-Score ที่ตรึงค่าเฉลี่ยไว้ที่ 50 และคำนวณเองได้จากตารางจำนวนคนตามช่วงคะแนนที่ ทปอ. ประกาศบน mytcas.com
ประเด็นสำคัญ
- เปอร์เซ็นไทล์ 73 = มีคนได้คะแนนต่ำกว่าเรา 73% ไม่ใช่ทำข้อสอบถูก 73%
- หาเองได้ใน 4 ขั้น: จดคะแนนดิบ เปิดตารางช่วงคะแนนทางการ บวกเปอร์เซ็นต์ช่วงที่ต่ำกว่า แล้วบวกสัดส่วนในช่วงตัวเอง
- อิงสถิติปีล่าสุด คะแนน TGAT1 40 อยู่ราวเปอร์เซ็นไทล์ 61 ส่วน 50 คะแนนอยู่ราวเปอร์เซ็นไทล์ 73
- คะแนนเท่ากันคนละวิชาให้เปอร์เซ็นไทล์ไม่เท่ากัน ห้ามเอา TGAT กับ A-Level มาเทียบกันตรง ๆ
- ขยับคะแนนช่วงกลางแซงคนได้เยอะที่สุด ส่วนช่วงปลายบนขยับหลายคะแนนก็แซงได้ไม่กี่เปอร์เซ็นต์
- เกณฑ์คณะส่วนใหญ่คิดจากคะแนนดิบ เปอร์เซ็นไทล์ใช้ดูตำแหน่งตัวเองเป็นหลัก
🎯 อยากอัปคะแนน TGAT + A-Level ENG ให้ถึง 80–90+? ดูคอร์สอังกฤษ TCAS + ตะลุยโจทย์ 5,990 บาท หรือ ทัก LINE @englishnirin
เปอร์เซ็นไทล์ TGAT คืออะไร และอ่านค่ายังไงให้ถูก
เปอร์เซ็นไทล์ (percentile) คือ ตำแหน่งของคะแนนเรา เมื่อเอาคะแนนผู้เข้าสอบทุกคนมาเรียงจากน้อยไปมาก ไม่ใช่จำนวนข้อที่ทำถูก และไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ของคะแนนเต็ม
วิธีอ่านที่ถูกต้องคือ อ่านเป็นประโยคว่า “มีคนได้คะแนนต่ำกว่าเรากี่เปอร์เซ็นต์” เช่น
- เปอร์เซ็นไทล์ 50 = คะแนนเราอยู่ตรงกลางพอดี ครึ่งหนึ่งของผู้สอบได้ต่ำกว่าเรา
- เปอร์เซ็นไทล์ 73 = มีผู้สอบ 73% ได้คะแนนต่ำกว่าเรา และประมาณ 27% ได้สูงกว่าเรา
- เปอร์เซ็นไทล์ 99 = เราอยู่ในกลุ่ม 1% บนสุดของประเทศ
จุดที่ต้องระวังที่สุดคือ เปอร์เซ็นไทล์ 73 ไม่ได้แปลว่าทำข้อสอบได้ 73% คนที่ได้เปอร์เซ็นไทล์ 73 อาจทำคะแนนดิบได้แค่ 50 กว่าคะแนนก็ได้ ถ้าปีนั้นข้อสอบยากและคนส่วนใหญ่ทำได้น้อย
ทำไมเด็ก TCAS ต้องสนใจค่านี้
เพราะคะแนนดิบอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าเราแข่งได้หรือไม่ ได้ 45 คะแนนในปีที่ข้อสอบง่าย กับ 45 คะแนนในปีที่ข้อสอบยาก มีความหมายคนละเรื่อง เปอร์เซ็นไทล์คือตัวที่แปลคะแนนดิบให้กลายเป็น “อันดับ” ซึ่งใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงตอนแย่งที่นั่งในคณะ
เปอร์เซ็นไทล์ ต่างจาก T-Score และคะแนนดิบยังไง
สามค่านี้มาจากคะแนนชุดเดียวกัน แต่ตอบคนละคำถาม สรุปให้เห็นภาพในตารางเดียว
| ค่า | ตอบคำถามว่า | ช่วงค่า | ใช้ยื่นคณะไหม |
|---|---|---|---|
| คะแนนดิบ | เราทำข้อสอบได้เท่าไร | 0–100 | ใช่ — คณะส่วนใหญ่ถ่วงน้ำหนักจากคะแนนดิบ |
| T-Score | เราห่างจากค่าเฉลี่ยของประเทศแค่ไหน | ตรึงค่าเฉลี่ยไว้ที่ 50 | ใช้เฉพาะบางเกณฑ์ที่ระบุไว้ |
| เปอร์เซ็นไทล์ | เราอยู่อันดับที่เท่าไรเมื่อเทียบคนทั้งหมด | 0–100 | ไม่ใช่ — ใช้ดูตำแหน่งตัวเองเป็นหลัก |
สูตร T-Score ที่ ทปอ. ประกาศไว้บน หน้าสถิติการสอบของ mytcas.com คือ T = 50 + 7.71919 × (คะแนนเรา − คะแนนเฉลี่ย) ÷ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับ TGAT/TPAT2-5 และ T = 50 + 6.42869 × (คะแนนเรา − คะแนนเฉลี่ย) ÷ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับ A-Level (ตัวเลขนี้เป็นของการสอบรอบ TCAS ปีล่าสุดที่ประกาศแล้ว ปีถัดไปให้เช็กซ้ำที่หน้าเดิม)
ข้อแตกต่างที่คนมองข้าม: T-Score กับเปอร์เซ็นไทล์ เรียงลำดับคนเหมือนกัน คนที่ T-Score สูงกว่าก็จะเปอร์เซ็นไทล์สูงกว่าเสมอ แต่ “ระยะห่าง” ไม่เท่ากัน ขยับ T-Score 2 หน่วยตรงกลางกลุ่ม อาจกระโดดเปอร์เซ็นไทล์ได้หลายอันดับ ขณะที่ขยับ 2 หน่วยตรงปลายบน แทบไม่ขยับเปอร์เซ็นไทล์เลย เพราะตรงนั้นมีคนอยู่น้อย
วิธีหาเปอร์เซ็นไทล์ของตัวเอง 4 ขั้นตอน
ทำได้เองด้วยข้อมูลที่ ทปอ. เปิดเผยทุกปี ไม่ต้องรอใครสรุปให้
- จดคะแนนดิบรายวิชา จากระบบประกาศผลของ mytcas เช่น TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ ได้ 45.000
- เปิดหน้าสถิติการสอบ ที่ mytcas.com/stat แล้วหาไฟล์ “รายงานค่าสถิติจำนวนคนตามช่วงคะแนน” ของปีที่เราสอบ
- บวกเปอร์เซ็นต์ของทุกช่วงที่อยู่ต่ำกว่าช่วงของเรา ในตารางจะแบ่งช่วงละ 10 คะแนน พร้อมบอกเปอร์เซ็นต์ของผู้สอบในแต่ละช่วงไว้ให้แล้ว
- บวกสัดส่วนภายในช่วงของตัวเอง ถ้าคะแนนเราอยู่กลางช่วงพอดี ให้บวกครึ่งหนึ่งของเปอร์เซ็นต์ช่วงนั้นเข้าไป ผลลัพธ์คือเปอร์เซ็นไทล์โดยประมาณ
ค่าที่ได้จะเป็นค่าประมาณ เพราะตารางทางการแบ่งเป็นช่วงละ 10 คะแนน ไม่ได้ไล่ทีละคะแนน แต่คลาดเคลื่อนไม่กี่อันดับ และเพียงพอมากสำหรับใช้ตัดสินใจว่าจะทุ่มเวลาอ่านวิชาไหนต่อ
ตารางอ้างอิง คะแนน TGAT1 เท่านี้ อยู่ประมาณเปอร์เซ็นไทล์ไหน
ตารางนี้คำนวณจากรายงานค่าสถิติจำนวนคนตามช่วงคะแนน TGAT/TPAT2-5 ที่ ทปอ. ประกาศเมื่อ 12 ก.พ. 2569 (ผู้เข้าสอบ TGAT1 จำนวน 286,788 คน) ใช้เป็น ภาพคร่าว ๆ ของการแข่งขัน ได้ แต่ตัวเลขของปีที่เราสอบจะขยับเสมอ ต้องเปิดตารางของปีตัวเองซ้ำ
| คะแนนดิบ TGAT1 (เต็ม 100) | มีคนได้ต่ำกว่านี้ประมาณ | ≈ เปอร์เซ็นไทล์ |
|---|---|---|
| 20 คะแนน | 9.7% | P10 |
| 30 คะแนน | 40.7% | P41 |
| 40 คะแนน | 60.9% | P61 |
| 50 คะแนน | 73.2% | P73 |
| 60 คะแนน | 83.3% | P83 |
| 70 คะแนน | 91.6% | P92 |
| 80 คะแนน | 97.0% | P97 |
| 90 คะแนน | 99.6% | P99.6 |
สิ่งที่ตารางนี้บอกและหลายคนไม่เคยเห็น: ในปีนั้น ค่ากลาง (มัธยฐาน) ของ TGAT1 อยู่ที่ 35.000 คะแนน และค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 40.170 แปลว่าแค่ทำได้ 40 คะแนนก็แซงคนไปแล้วประมาณ 6 ใน 10 คน คนจำนวนมากประเมินตัวเองต่ำเกินจริง เพราะเอา 40 ไปเทียบกับคะแนนเต็ม 100 แทนที่จะเทียบกับคนจริง ๆ ที่ลงสนามเดียวกัน อยากเห็นภาพรวมของข้อสอบก่อน อ่านต่อได้ที่หน้า TGAT ภาษาอังกฤษ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากมีคนช่วยตรวจว่าเราคิดถูกทางไหม? คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG มีเฉลยแบบอธิบายเหตุผลทุกตัวเลือก และมีทีมติวเตอร์ตอบคำถามให้
เปอร์เซ็นไทล์ A-Level อังกฤษ (รหัสวิชา 82) อ่านยังไง
หลักการเหมือนกันทุกอย่าง เปลี่ยนแค่ตารางที่ใช้ เพราะ A-Level ประกาศสถิติแยกจาก TGAT คนละรอบ ตารางด้านล่างมาจากรายงานค่าสถิติจำนวนคนตามช่วงคะแนน A-Level ที่ประกาศเมื่อ 16 เม.ย. 2569 (ผู้เข้าสอบภาษาอังกฤษ 178,786 คน)
| คะแนนดิบ A-Level อังกฤษ | มีคนได้ต่ำกว่านี้ประมาณ | ≈ เปอร์เซ็นไทล์ |
|---|---|---|
| 20 คะแนน | 4.5% | P5 |
| 30 คะแนน | 31.6% | P32 |
| 40 คะแนน | 54.1% | P54 |
| 50 คะแนน | 70.5% | P70 |
| 60 คะแนน | 83.4% | P83 |
| 70 คะแนน | 91.8% | P92 |
| 80 คะแนน | 96.6% | P97 |
| 90 คะแนน | 99.3% | P99 |
เทียบสองตารางแล้วจะเห็นว่า คะแนนเท่ากันให้เปอร์เซ็นไทล์ไม่เท่ากัน เช่น 40 คะแนนใน TGAT1 อยู่ราว P61 แต่ 40 คะแนนใน A-Level อังกฤษ อยู่ราว P54 เพราะกลุ่มคนที่มาสอบและความยากของข้อสอบต่างกัน นี่คือเหตุผลที่ห้ามเอาเปอร์เซ็นไทล์ข้ามวิชามาเทียบกันตรง ๆ รายละเอียดโครงสร้างข้อสอบดูได้ที่หน้า A-Level ภาษาอังกฤษ
ลองคำนวณเอง: ได้ TGAT1 45 คะแนน อยู่เปอร์เซ็นไทล์เท่าไร
ใช้ตัวเลขจากรายงานทางการชุดเดียวกัน ลองทำตามทีละบรรทัด
- คะแนน 45 ตกอยู่ในช่วง 40.001–50.000
- รวมเปอร์เซ็นต์ของทุกช่วงที่ต่ำกว่า (0–10, 10–20, 20–30, 30–40) ได้ 0.5 + 9.2 + 31.1 + 20.2 = 60.9%
- ช่วง 40.001–50.000 มีคนอยู่ 12.3% คะแนน 45 อยู่กลางช่วงพอดี จึงบวกเพิ่มครึ่งหนึ่ง = 6.1%
- รวม 60.9 + 6.1 = 67.0
เฉลย: ได้ TGAT1 45 คะแนน จะอยู่ประมาณเปอร์เซ็นไทล์ 67 คือมีผู้สอบประมาณ 2 ใน 3 ได้คะแนนต่ำกว่าเรา ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณจากตารางช่วงคะแนนทางการ ไม่ใช่ค่าที่ ทปอ. ประกาศรายคน จึงถือเป็นค่าประมาณ
จุดที่นักเรียนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด 4 ข้อ
จากที่สอนมา สี่ข้อนี้คือความเข้าใจผิดที่เจอซ้ำทุกปีหลังคะแนนออก
- คิดว่าเปอร์เซ็นไทล์คือเปอร์เซ็นต์ที่ทำได้ — เห็น P73 แล้วดีใจว่าทำถูก 73% ทั้งที่คะแนนดิบอาจอยู่แค่ 50
- เอาเปอร์เซ็นไทล์ไปคำนวณคะแนนยื่นคณะ — เกณฑ์ของคณะส่วนใหญ่ถ่วงน้ำหนักจากคะแนนดิบ ไม่ใช่เปอร์เซ็นไทล์ ต้องอ่านเกณฑ์ของคณะนั้นให้ชัด
- เทียบเปอร์เซ็นไทล์ข้ามปี — คนละชุดข้อสอบ คนละกลุ่มผู้สอบ P80 ของปีหนึ่งไม่เท่ากับ P80 ของอีกปี
- ท้อเพราะเปอร์เซ็นไทล์ไม่ขยับ ทั้งที่คะแนนขยับ — ถ้าอยู่กลุ่มปลายบนอยู่แล้ว เพิ่ม 10 คะแนนอาจขยับแค่ไม่กี่อันดับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลว่าฝึกแล้วไม่ได้ผล
เอาเปอร์เซ็นไทล์มาวางแผนอ่านหนังสือยังไงให้คุ้มที่สุด
ประโยชน์จริงของเปอร์เซ็นไทล์ไม่ใช่การเอาไปอวด แต่คือการบอกว่า เวลาที่เหลือควรลงตรงไหน ลองดูจากตาราง TGAT1 ข้างบน
| ขยับคะแนนดิบ | ขยับเปอร์เซ็นไทล์ | แปลว่า |
|---|---|---|
| 30 → 50 คะแนน | ราว P41 → P73 | แซงคนไปประมาณ 32% ของผู้สอบ |
| 50 → 70 คะแนน | ราว P73 → P92 | แซงเพิ่มอีกประมาณ 18% |
| 70 → 90 คะแนน | ราว P92 → P99.6 | แซงเพิ่มไม่ถึง 8% |
เห็นชัดว่าการขยับจากช่วงล่าง–กลางขึ้นมา ให้ผลต่ออันดับมากที่สุด เพราะบริเวณนั้นมีคนกระจุกอยู่เยอะ คนที่ยังอยู่ต่ำกว่าค่ากลางจึงไม่ควรรีบไปทุ่มกับโจทย์ยากที่สุด แต่ควรเก็บพาร์ตที่แพ้ทางแบบพื้นฐานให้แน่นก่อน เช่น Conversation ที่ตอบได้จากสถานการณ์ กับคำศัพท์ที่วนออกซ้ำ
ในทางกลับกัน คนที่คะแนนอยู่แถว 70 ขึ้นไปแล้ว การขยับอันดับต่อจากนี้มาจากความแม่นยำล้วน ๆ คือลดข้อที่ “เกือบถูก” ให้เหลือน้อยที่สุด ไม่ใช่การอ่านเนื้อหาใหม่เพิ่ม
ถ้าอ่านเองแล้วยังจับไม่ได้ว่าตัวเองรั่วตรงพาร์ตไหน การมีคนช่วยวิเคราะห์จุดอ่อนแล้วจัดลำดับสิ่งที่ต้องซ่อมให้ จะประหยัดเวลาได้มาก ดู คอร์สอังกฤษสำหรับเตรียม TCAS ของพี่หมอนิริน ที่ไล่ทีละพาร์ตพร้อมเฉลยเหตุผลทุกข้อ
จะรู้เปอร์เซ็นไทล์ของตัวเองได้ตอนไหน
ลำดับเหตุการณ์ในแต่ละปีเป็นแบบนี้ คือประกาศผลคะแนนก่อน แล้ว ทปอ. จึงทยอยเผยแพร่รายงานสถิติตามมา
- สอบ TGAT/TPAT2-5 → ประกาศผลคะแนน → ประกาศรายงานค่าสถิติพื้นฐานและจำนวนคนตามช่วงคะแนน (ปีล่าสุดคือ 12 ก.พ. 2569)
- สอบ A-Level → ประกาศผลคะแนน → ประกาศรายงานสถิติของ A-Level แยกอีกชุด (ปีล่าสุดคือ 16 เม.ย. 2569)
แปลว่าถ้าอยากคำนวณเปอร์เซ็นไทล์ของตัวเองให้แม่น ต้องรอให้รายงานช่วงคะแนนของปีนั้นออกก่อน ระหว่างที่ยังไม่ออก ใช้ตารางของปีก่อนเป็นตัวเทียบคร่าว ๆ ไปพลางได้ โดยจำไว้ว่าตัวเลขจะขยับขึ้นลงตามความยากของข้อสอบปีนั้น
ช่วงรอผลคือเวลาที่มีค่าที่สุด เพราะรู้แล้วว่าตัวเองทำพาร์ตไหนไม่ได้ ใครที่เพิ่งสอบ TGAT เสร็จและยังต้องสอบ A-Level อังกฤษต่อ สามารถใช้ช่วงนี้ซ่อมจุดที่พลาดได้ทันพอดี
คำถามที่พบบ่อย
เปอร์เซ็นไทล์ TGAT 70 แปลว่าอะไร
แปลว่ามีผู้เข้าสอบประมาณ 70% ที่ได้คะแนนต่ำกว่าเรา และประมาณ 30% ได้คะแนนสูงกว่าเรา ไม่ได้แปลว่าเราทำข้อสอบถูก 70% ของข้อทั้งหมด คะแนนดิบจริงอาจต่ำหรือสูงกว่า 70 ก็ได้ ขึ้นกับความยากของข้อสอบปีนั้น
เปอร์เซ็นไทล์กับ T-Score ต่างกันยังไง
T-Score บอกว่าเราห่างจากค่าเฉลี่ยของประเทศกี่หน่วย โดยตรึงค่าเฉลี่ยไว้ที่ 50 ส่วนเปอร์เซ็นไทล์บอกอันดับว่ามีคนต่ำกว่าเรากี่เปอร์เซ็นต์ ทั้งสองค่าเรียงลำดับคนเหมือนกัน แต่ระยะห่างระหว่างอันดับไม่เท่ากัน
ใช้เปอร์เซ็นไทล์ยื่นคณะได้ไหม
โดยทั่วไปไม่ได้ เพราะเกณฑ์ของคณะส่วนใหญ่ถ่วงน้ำหนักจากคะแนนดิบรายวิชา เปอร์เซ็นไทล์มีไว้ให้เราประเมินตำแหน่งตัวเองในสนามแข่ง ให้ยึดเกณฑ์ที่คณะประกาศไว้เป็นหลักเสมอ
หาเปอร์เซ็นไทล์ของตัวเองได้จากที่ไหน
ใช้รายงานค่าสถิติจำนวนคนตามช่วงคะแนนที่ ทปอ. เผยแพร่ในหน้า สถิติการสอบของ mytcas.com แล้วบวกเปอร์เซ็นต์ของทุกช่วงที่ต่ำกว่าช่วงคะแนนของเรา บวกสัดส่วนในช่วงของตัวเองอีกนิด ก็ได้ค่าประมาณแล้ว
เปอร์เซ็นไทล์ TGAT กับ A-Level อังกฤษ เทียบกันได้ไหม
เทียบตรง ๆ ไม่ได้ เพราะเป็นคนละข้อสอบ คนละกลุ่มผู้สอบ ตัวอย่างจากสถิติปีล่าสุด คะแนนดิบ 40 ใน TGAT1 อยู่ราวเปอร์เซ็นไทล์ 61 แต่ 40 คะแนนใน A-Level อังกฤษ อยู่ราวเปอร์เซ็นไทล์ 54
คะแนนเพิ่มแต่เปอร์เซ็นไทล์แทบไม่ขยับ ผิดปกติไหม
ไม่ผิดปกติ ถ้าเราอยู่กลุ่มคะแนนสูงอยู่แล้ว คนในช่วงนั้นมีน้อย การเพิ่มคะแนนจึงแซงคนได้ไม่มาก ต่างจากคนที่อยู่ช่วงกลางซึ่งขยับนิดเดียวก็แซงคนจำนวนมาก
คอร์สแนะนำจากพี่หมอนิริน
คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG
- ✅ เนื้อหาครอบคลุมอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด ปูพื้นฐานจนถึงทำโจทย์ทุกรูปแบบ
- ✅ ตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG พร้อมหลักการ สูตรลัด และเทคนิค
- ✅ หนังสือ 6 เล่ม ส่งฟรีถึงบ้าน
- ✅ มีทีมติวเตอร์ช่วยตอบคำถามระหว่างเรียน
- ✅ เรียนได้ทั้งคอม มือถือ และแท็บเล็ต
ราคาพิเศษ
5,990 บาท
สมัครเรียนทาง LINE @englishnirin
แอดไลน์ @englishnirin แล้วพิมพ์ว่า “สนใจคอร์ส 5,990” ทีมงานจะส่งรายละเอียดและวิธีสมัครให้
ดูรีวิวคะแนนจากน้อง ๆ · ดูรายละเอียดคอร์สอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด

