สรุปคำตอบสั้น ๆ
แนวข้อสอบ TGAT ENG (TGAT1 รหัส 91) ควรฝึกให้ครบ 5 พาร์ตตามโครงสร้างทางการบน mytcas.com คือ Question-Response, Short Conversations, Long Conversations, Text Completion และ Reading Comprehension รวม 60 ข้อ 4 ตัวเลือก ในเวลา 60 นาที บทความนี้มีโจทย์ตัวอย่างที่แต่งขึ้นใหม่ตามรูปแบบจริงทุกพาร์ต พร้อมเฉลยที่อธิบายว่าทำไมตัวเลือกอื่นผิด
ประเด็นสำคัญ
- TGAT1 มี 60 ข้อ 100 คะแนน แบ่งเป็นทักษะการพูด 30 ข้อ (50 คะแนน) และทักษะการอ่าน 30 ข้อ (50 คะแนน)
- เวลาสอบ 60 นาที เฉลี่ยราว 1 นาทีต่อข้อ ควรทำพาร์ตพูดให้เร็วเพื่อเหลือเวลาให้พาร์ตอ่าน
- หน้าข้อสอบพร้อมเฉลยของ mytcas ตอนนี้มีเฉพาะ A-Level สำหรับ TGAT1 ให้ใช้โครงสร้างและตัวอย่างข้อสอบจาก Blueprint ทางการ
- ฝึกแบบจับเวลา แล้ววิเคราะห์ว่าข้อที่ผิดเกิดจากศัพท์ ไวยากรณ์ หรือบริบท ได้ผลกว่าทำโจทย์จำนวนมากโดยไม่ทบทวน
- TCAS70 สมัครสอบ TGAT วันที่ 4–10 พ.ย. 2569 และสอบ TGAT วันที่ 30 ม.ค. 2570
📘 อยากมีโจทย์พร้อมเฉลยอธิบายทุกข้อไว้ฝึกต่อ? ดูคอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG 5,990 บาท หรือ ทัก LINE @englishnirin
โครงสร้างข้อสอบ TGAT ENG (TGAT1) ล่าสุดตาม mytcas
ข้อสอบ TGAT ENG หรือ TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ (รหัสวิชา 91) มี 60 ข้อ แบบปรนัย 4 ตัวเลือก ใช้เวลา 60 นาที แบ่งเป็นทักษะการพูดและทักษะการอ่านอย่างละ 50 คะแนน ตามโครงสร้างข้อสอบ (Blueprint) ที่เผยแพร่บน mytcas.com
| ทักษะ | พาร์ต | รูปแบบ | จำนวนข้อ | คะแนน |
|---|---|---|---|---|
| การพูด (Speaking) | Question-Response | ถาม–ตอบสั้น ๆ | 10 | 50 |
| Short Conversations | บทสนทนาสั้น 3 บท บทละ 3–4 ข้อ | 10 | ||
| Long Conversations | บทสนทนายาว 2 บท บทละ 5 ข้อ | 10 | ||
| การอ่าน (Reading) | Text Completion | เติมข้อความ 2 บทความ บทละ 7–8 ข้อ | 15 | 50 |
| Reading Comprehension | อ่านจับใจความ 3 บทความ บทละ 5 ข้อ | 15 |
ถ้ายังไม่แน่ใจว่า TGAT ENG ใช้ยื่นอะไรและต่างจากข้อสอบตัวอื่นยังไง อ่านพื้นฐานได้ที่ TGAT ENG คืออะไร และ TGAT กับ A-Level ต่างกันยังไง ก่อนเริ่มทำแนวข้อสอบชุดนี้
วิธีใช้แนวข้อสอบชุดนี้ให้ได้ผลมากที่สุด
ทำโจทย์ตัวอย่างทั้ง 11 ข้อด้านล่างแบบจับเวลาก่อน แล้วค่อยเปิดเฉลย จุดประสงค์ไม่ใช่แค่นับว่าถูกกี่ข้อ แต่ต้องรู้ว่าข้อที่ผิดนั้นผิดเพราะอะไร
- จับเวลาประมาณ 12 นาทีสำหรับ 11 ข้อ ใกล้เคียงกับจังหวะของข้อสอบจริงที่เฉลี่ยราว 1 นาทีต่อข้อ
- ห้ามเปิดเฉลยระหว่างทำ ให้วงข้อที่ไม่มั่นใจไว้
- ตรวจคำตอบ แล้วเขียนสาเหตุของข้อที่ผิดทีละข้อ ว่าผิดเพราะศัพท์ ไวยากรณ์ หรืออ่านบริบทไม่ทัน
- ใช้ตาราง “เช็กผลตัวเอง” ท้ายบทความ เพื่อเลือกว่าจะฝึกพาร์ตไหนต่อ
ข้อสอบจริงมี 60 ข้อใน 60 นาที ด้านล่างเป็นการแบ่งเวลาที่แนะนำสำหรับฝึก (ไม่ใช่กติกาของข้อสอบ) โดยให้พาร์ตอ่านได้เวลามากกว่า เพราะต้องอ่านเนื้อเรื่องยาว
| พาร์ต | จำนวนข้อ | เวลาที่แนะนำ |
|---|---|---|
| Question-Response | 10 | 8 นาที |
| Short Conversations | 10 | 8 นาที |
| Long Conversations | 10 | 10 นาที |
| Text Completion | 15 | 14 นาที |
| Reading Comprehension | 15 | 17 นาที |
| ทวนข้อที่วงไว้ | – | 3 นาที |
โจทย์ทุกข้อในบทความนี้เป็นโจทย์ตัวอย่างที่ทีม English Nirin แต่งขึ้นใหม่ตามรูปแบบข้อสอบ ไม่ใช่ข้อสอบจริง และเนื้อเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องสมมติ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากมีคนช่วยตรวจว่าเราคิดถูกทางไหม? คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG มีเฉลยแบบอธิบายเหตุผลทุกตัวเลือก และมีทีมติวเตอร์ตอบคำถามให้
พาร์ต 1: Question-Response (ถาม–ตอบ)
พาร์ตนี้วัดว่าเข้าใจเจตนาของผู้พูดไหม ไม่ใช่แค่แปลคำ ให้ถามตัวเองก่อนดูตัวเลือกว่า “ประโยคนี้คือการขออนุญาต ขอโทษ ชวน หรือปฏิเสธ” แล้วเลือกคำตอบที่ตอบสนองเจตนานั้น
ข้อ 1. “Would you mind if I opened the window? It’s a bit stuffy in here.”
- Yes, I’d love to open it.
- Not at all. Go ahead.
- No, I don’t mind the window.
- It opens every morning.
ดูเฉลยข้อ 1
คำตอบ: B
“Would you mind if…?” แปลตรงตัวว่า “คุณจะรังเกียจไหมถ้า…” ถ้าจะอนุญาตต้องตอบในเชิงปฏิเสธว่าไม่รังเกียจ คือ “Not at all.”
- A ตอบ Yes แปลว่ารังเกียจ แต่ประโยคหลังกลับบอกว่าอยากเปิดให้ ความหมายขัดกันเอง
- C พูดถึงหน้าต่างเฉย ๆ ไม่ได้ตอบว่าอนุญาตให้เปิดหรือไม่
- D บอกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหน้าต่าง ไม่เกี่ยวกับคำขอ
ข้อ 2. “I’m afraid I can’t make it to the meeting this afternoon.”
- That’s a shame. Shall we reschedule?
- Don’t be afraid of the meeting.
- Great, see you there.
- The meeting is in Room 204.
ดูเฉลยข้อ 2
คำตอบ: A
“I’m afraid…” ในที่นี้ไม่ได้แปลว่ากลัว แต่เป็นสำนวนสุภาพเวลาจะบอกข่าวที่ไม่ดี ผู้พูดกำลังบอกว่ามาประชุมไม่ได้ คำตอบที่เหมาะคือแสดงความเสียดายและเสนอนัดใหม่
- B เป็นกับดักที่แปลคำว่า afraid ตรงตัว
- C ตอบเหมือนอีกฝ่ายจะมาประชุม ซึ่งขัดกับที่เขาพูด
- D ให้ข้อมูลห้องประชุม ไม่ได้ตอบสิ่งที่เขาพูด
พาร์ต 2: Short Conversations (บทสนทนาสั้น)
เคล็ดลับของพาร์ตนี้คืออ่านประโยคหลังช่องว่างเสมอ เพราะคำตอบที่ถูกต้องต้องทำให้ประโยคถัดไปของอีกฝ่ายตอบกลับได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Nina: Hi, I’d like to return this jacket. I bought it here last week.
Clerk: Sure. (3) ________
Nina: Here you are. It’s a bit too tight around the shoulders.
Clerk: I see. (4) ________
Nina: A larger size would be great, thanks.
ข้อ 3. เลือกข้อความที่เหมาะกับช่อง (3)
- Do you have the receipt?
- How much did you pay?
- Why do you like it?
- Can I try it on?
ดูเฉลยข้อ 3
คำตอบ: A
ประโยคถัดไป Nina พูดว่า “Here you are.” แปลว่าเธอกำลังยื่นของบางอย่างให้ ในสถานการณ์คืนสินค้า สิ่งที่พนักงานมักขอคือใบเสร็จ
- B ถ้าถามราคา คำตอบควรเป็นตัวเลข ไม่ใช่การยื่นของ
- C ขัดกับบริบทที่ลูกค้ามาคืนของ
- D คนที่ควรลองเสื้อคือลูกค้า ไม่ใช่พนักงาน
ข้อ 4. เลือกข้อความที่เหมาะกับช่อง (4)
- Would you like a refund or an exchange?
- It looks perfect on you.
- We don’t sell jackets.
- Shoulders are important.
ดูเฉลยข้อ 4
คำตอบ: A
Nina ตอบว่า “A larger size would be great” แปลว่าเธอกำลังเลือกระหว่างตัวเลือกบางอย่าง และเลือกขอเปลี่ยนเป็นไซซ์ใหญ่ขึ้น คำถามที่ให้เลือกระหว่างคืนเงินหรือเปลี่ยนสินค้าจึงเข้ากับบริบทที่สุด
- B ขัดกับที่ลูกค้าเพิ่งบอกว่าเสื้อคับ
- C ขัดกับบทสนทนาที่ซื้อเสื้อจากร้านนี้
- D ใช้คำซ้ำกับบทสนทนาแต่ไม่มีความหมายในสถานการณ์นี้
พาร์ต 3: Long Conversations (บทสนทนายาว)
บทสนทนายาวจะมีหลายช่วงและเปลี่ยนประเด็นได้ ให้จับให้ได้ว่าแต่ละคนมีปัญหาหรือเป้าหมายอะไร แล้วดูว่าช่องว่างอยู่ในช่วง “เล่าปัญหา” “ให้คำแนะนำ” หรือ “สรุป”
Advisor: So, how is your preparation for the TGAT going?
Ploy: Honestly, not great. I keep running out of time in the reading section.
Advisor: What do you usually do when you see a long passage?
Ploy: I read every word carefully before looking at the questions.
Advisor: (5) ________ Try reading the questions first, then scan the passage for key words.
Ploy: That makes sense. But what if I don’t know some of the words?
Advisor: (6) ________ Use the sentences around them to guess the meaning.
ข้อ 5. เลือกข้อความที่เหมาะกับช่อง (5)
- That’s probably why you’re slow.
- That’s exactly what top students do.
- You should stop reading.
- Reading is not tested.
ดูเฉลยข้อ 5
คำตอบ: A
ที่ปรึกษากำลังชี้สาเหตุที่ Ploy ทำไม่ทัน (อ่านทุกคำก่อนดูคำถาม) แล้วเสนอวิธีใหม่ในประโยคถัดไป ข้อ A เชื่อมจากปัญหาไปสู่คำแนะนำได้พอดี
- B เป็นคำชม ซึ่งขัดกับคำแนะนำให้เปลี่ยนวิธีที่ตามมา
- C สุดโต่งเกินไปและขัดกับคำแนะนำให้ scan เนื้อเรื่อง
- D ขัดกับบทสนทนาที่พูดถึงพาร์ตการอ่าน
ข้อ 6. เลือกข้อความที่เหมาะกับช่อง (6)
- Then you should give up on that question.
- Don’t worry about every single word.
- You must memorize the whole dictionary.
- Ask the examiner for help.
ดูเฉลยข้อ 6
คำตอบ: B
ประโยคถัดไปแนะนำให้เดาความหมายจากประโยครอบข้าง ซึ่งสอดคล้องกับการบอกว่าไม่ต้องกังวลกับทุกคำ
- A ขัดกับคำแนะนำให้เดาความหมาย
- C เป็นไปไม่ได้จริงและไม่เชื่อมกับประโยคถัดไป
- D ในห้องสอบถามผู้คุมสอบเรื่องคำศัพท์ไม่ได้
พาร์ต 4: Text Completion (เติมข้อความในเนื้อเรื่อง)
พาร์ตนี้ต้องใช้ทั้งไวยากรณ์และความหมาย ก่อนเลือกคำตอบให้ดูคำที่อยู่ติดกับช่องว่างทั้งซ้ายและขวาเสมอ เพราะหลายข้อมีโครงสร้างที่บังคับคำตอบอยู่แล้ว
Many students believe that learning vocabulary means memorizing long word lists. However, many teachers find that words are remembered better when they are learned (7) ____ context. For example, instead of memorizing the word “reluctant” alone, a learner might read a sentence such as “She was reluctant to speak in front of the class.” This helps the learner understand not only the meaning (8) ____ also how the word is used. As a result, students who study words in sentences are often (9) ____ to use them correctly in both speaking and writing.
ข้อ 7. เลือกคำที่เหมาะกับช่อง (7)
- on
- in
- at
- by
ดูเฉลยข้อ 7
คำตอบ: B
สำนวนที่ถูกคือ “in context” (ในบริบท) เป็น collocation ที่ต้องจำเป็นคู่ คำบุพบทอื่นใช้กับ context ในความหมายนี้ไม่ได้
ข้อ 8. เลือกคำที่เหมาะกับช่อง (8)
- and
- or
- but
- so
ดูเฉลยข้อ 8
คำตอบ: C
ก่อนหน้าช่องว่างมี “not only” และหลังช่องว่างมี “also” โครงสร้างที่ถูกคือ not only … but also … ข้อนี้ถ้าอ่านแค่ความหมายอาจเลือก and แต่โครงสร้างบังคับให้ต้องเป็น but
ข้อ 9. เลือกคำที่เหมาะกับช่อง (9)
- able
- ability
- enable
- ably
ดูเฉลยข้อ 9
คำตอบ: A
หน้าช่องว่างมี “are often” และหลังช่องว่างมี “to use” โครงสร้างที่ถูกคือ be able to + V จึงต้องใช้คำคุณศัพท์ able
- B ability เป็นคำนาม ใช้ต่อด้วย to use ในตำแหน่งนี้ไม่ได้
- C enable เป็นกริยา ใช้หลัง are ไม่ได้
- D ably เป็นคำกริยาวิเศษณ์ ไม่เข้ากับโครงสร้าง
พาร์ต 5: Reading Comprehension (อ่านจับใจความ)
แยกประเภทคำถามก่อนตอบ คำถาม main idea ให้หาประโยคที่ครอบคลุมทั้งเรื่อง ส่วนคำถาม inference ให้หาหลักฐานในเนื้อเรื่องที่ทำให้สรุปแบบนั้นได้ ไม่ใช่เลือกจากความรู้สึกของเราเอง
Last year, a small school started a “phone-free lunch” rule. At first, many students complained because they were used to watching videos while eating. After two months, teachers noticed that students were talking to each other more, and the lunch area became noisier — but in a good way. Some students even formed new clubs, such as a board game club and a reading circle. The school now plans to extend the rule to morning breaks.
ข้อ 10. What is the passage mainly about?
- Why students should not eat lunch at school
- How a phone-free rule changed students’ lunch time
- The rules of a board game club
- Problems caused by noisy schools
ดูเฉลยข้อ 10
คำตอบ: B
ทั้งเรื่องเล่าตั้งแต่เริ่มใช้กฎ ปฏิกิริยาของนักเรียน ไปจนถึงผลลัพธ์ ข้อ B ครอบคลุมทั้งเรื่องมากที่สุด
- A เนื้อเรื่องไม่ได้บอกให้เลิกกินข้าวที่โรงเรียน
- C ชมรมเป็นแค่รายละเอียดย่อย
- D เนื้อเรื่องบอกว่าเสียงดังขึ้นในทางที่ดี ไม่ใช่ปัญหา
ข้อ 11. What can be inferred about the school’s view of the rule?
- The school thinks the rule has worked well.
- The school wants to cancel the rule.
- Teachers dislike noisy students.
- All students must join a club.
ดูเฉลยข้อ 11
คำตอบ: A
หลักฐานคือประโยคสุดท้ายที่บอกว่าโรงเรียนจะขยายกฎไปใช้ช่วงพักเช้า ถ้าโรงเรียนคิดว่ากฎไม่ได้ผลคงไม่ขยาย จึงสรุปได้ว่าโรงเรียนมองว่ากฎได้ผลดี
- B ขัดกับแผนขยายกฎ
- C เนื้อเรื่องบอกว่าเสียงดังในทางที่ดี
- D เนื้อเรื่องบอกว่านักเรียนบางคนตั้งชมรมเอง ไม่ได้บังคับ
เช็กผลตัวเอง: ทำแนวข้อสอบได้กี่ข้อ ควรฝึกอะไรต่อ
ตารางนี้ใช้ประเมินผลจากโจทย์ตัวอย่าง 11 ข้อในบทความนี้เท่านั้น ไม่ใช่การประมาณคะแนนสอบจริง
| ทำถูก | สิ่งที่ผลนี้บอก | ควรทำต่อ |
|---|---|---|
| 10–11 ข้อ | เข้าใจรูปแบบข้อสอบดีแล้ว | ฝึกชุดเต็ม 60 ข้อแบบจับเวลา และเก็บคำศัพท์ที่ยังไม่รู้จากเนื้อเรื่อง |
| 7–9 ข้อ | พื้นฐานพอใช้ แต่ยังพลาดบางพาร์ต | ดูว่าข้อผิดอยู่พาร์ตไหน แล้วฝึกพาร์ตนั้นเพิ่มวันละ 10–15 ข้อ |
| 0–6 ข้อ | ยังไม่คุ้นกับสำนวนการสื่อสารหรือโครงสร้างประโยค | ปูพื้นฐานไวยากรณ์และคำศัพท์ควบคู่กับทำโจทย์ อย่าเพิ่งเร่งทำชุดเต็ม |
จุดที่นักเรียนพลาดบ่อยในข้อสอบ TGAT ENG
- เลือกตัวเลือกที่มีคำซ้ำกับโจทย์ เช่น เห็นคำว่า afraid ในโจทย์ แล้วเลือกตัวเลือกที่มี afraid ทั้งที่ความหมายไม่เกี่ยวกัน
- ตอบ Yes กับ Would you mind…? ทั้งที่ Yes แปลว่ารังเกียจ
- อ่านเนื้อเรื่องทุกคำก่อนดูคำถาม ทำให้พาร์ตอ่านเหลือเวลาไม่พอ
- ทำ Text Completion จากความหมายอย่างเดียว โดยไม่ดูโครงสร้างรอบช่องว่าง เช่น not only … but also หรือ be able to
- ทำโจทย์เยอะแต่ไม่ทบทวนข้อผิด ทำให้พลาดแบบเดิมซ้ำ
ถ้าอยากเห็นผลลัพธ์ของนักเรียนที่ฝึกตามระบบ ดูได้ที่ รีวิวและผลสอบของน้อง ๆ
หาข้อสอบ TGAT ENG จากแหล่งไหนดี
แหล่งที่ควรเริ่มก่อนคือโครงสร้างข้อสอบและตัวอย่างข้อสอบ TGAT1 บน mytcas.com เพราะเป็นแหล่งทางการ ส่วนหน้า “ข้อสอบพร้อมเฉลย” ของ mytcas ตอนนี้ (ตรวจเมื่อ 13 ก.ย. 2569) มีเฉพาะวิชา A-Level ยังไม่มี TGAT1
ระบบ TGAT/TPAT เริ่มใช้ตั้งแต่ TCAS66 ไฟล์ข้อสอบ GAT อังกฤษรุ่นก่อนหน้าจึงมีรูปแบบไม่ตรงกับโครงสร้าง TGAT1 ปัจจุบัน ใช้ฝึกคำศัพท์และการอ่านได้ แต่ควรฝึกโจทย์ที่ตรงกับ 5 พาร์ตข้างต้นเป็นหลัก
ถ้าต้องการชุดฝึกเต็มพร้อมคำอธิบายและติวเตอร์ช่วยตอบคำถาม ดูรายละเอียดได้ที่ คอร์สเรียนของพี่หมอนิริน
ไทม์ไลน์ TCAS70 ที่ควรรู้ก่อนเริ่มฝึก
| กิจกรรม | วันที่ |
|---|---|
| สมัครสอบ TGAT/TPAT2–5 | 4–10 พ.ย. 2569 |
| วันสอบ TGAT | 30 ม.ค. 2570 |
วันที่อ้างอิงจากปฏิทิน TCAS70 ที่ประกาศและสื่อการศึกษารายงานไว้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดบน mytcas.com อีกครั้งก่อนสมัคร ถ้าเริ่มฝึกตอนนี้จะมีเวลาประมาณ 4 เดือนก่อนสอบ พอสำหรับปูพื้นฐานและทำชุดเต็มหลายรอบ
คำถามที่พบบ่อย
ข้อสอบ TGAT ENG มีกี่ข้อ ใช้เวลากี่นาที?
ตามโครงสร้างข้อสอบบน mytcas.com ข้อสอบ TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษมี 60 ข้อ แบบปรนัย 4 ตัวเลือก ใช้เวลา 60 นาที แบ่งเป็นทักษะการพูด 30 ข้อและทักษะการอ่าน 30 ข้อ
หาข้อสอบ TGAT ENG ย้อนหลังพร้อมเฉลยของทางการได้ที่ไหน?
ตอนนี้ (ตรวจเมื่อ 13 ก.ย. 2569) หน้าข้อสอบพร้อมเฉลยของ mytcas มีเฉพาะวิชา A-Level สำหรับ TGAT1 ให้ใช้โครงสร้างและตัวอย่างข้อสอบใน Blueprint TGAT1 เป็นแหล่งทางการ
ข้อสอบ GAT ENG เก่าใช้ฝึก TGAT ENG ได้ไหม?
ใช้ฝึกคำศัพท์และการอ่านได้ แต่รูปแบบข้อสอบไม่ตรงกับโครงสร้าง TGAT1 ที่ใช้ตั้งแต่ TCAS66 จึงควรฝึกโจทย์ที่ตรงกับ 5 พาร์ตปัจจุบันเป็นหลัก
ควรเริ่มฝึกแนวข้อสอบ TGAT ENG เมื่อไหร่?
ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี เพราะต้องมีเวลาทบทวนข้อผิดและปูพื้นฐาน สำหรับ TCAS70 ที่สอบ TGAT วันที่ 30 ม.ค. 2570 ถ้าเริ่มตั้งแต่ตอนนี้จะมีเวลาประมาณ 4 เดือน
ต้องทำแนวข้อสอบกี่ชุดถึงจะพอ?
ไม่มีจำนวนตายตัว สิ่งที่สำคัญกว่าคือทำแบบจับเวลาและทบทวนข้อผิดทุกครั้ง ถ้าทำชุดเต็มแล้วยังผิดพาร์ตเดิมซ้ำ ให้กลับไปฝึกเฉพาะพาร์ตนั้นก่อน
ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ ฝึกแนวข้อสอบ TGAT ENG ได้ไหม?
ฝึกได้ แต่ควรปูพื้นฐานไวยากรณ์และคำศัพท์ควบคู่ไปด้วย ถ้าอยากได้ลำดับการเรียนที่ชัดเจน ดูได้ที่ คอร์สเรียนของพี่หมอนิริน ซึ่งเริ่มจากการปูพื้นฐาน
คอร์สแนะนำจากพี่หมอนิริน
คอร์สอังกฤษ TCAS + คอร์สตะลุยโจทย์ TGAT ENG & A-Level ENG
- ✅ เนื้อหาครอบคลุมอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด ปูพื้นฐานจนถึงทำโจทย์ทุกรูปแบบ
- ✅ ตะลุยโจทย์ TGAT ENG และ A-Level ENG พร้อมหลักการ สูตรลัด และเทคนิค
- ✅ หนังสือ 6 เล่ม ส่งฟรีถึงบ้าน
- ✅ มีทีมติวเตอร์ช่วยตอบคำถามระหว่างเรียน
- ✅ เรียนได้ทั้งคอม มือถือ และแท็บเล็ต
ราคาพิเศษ
5,990 บาท
สมัครเรียนทาง LINE @englishnirin
แอดไลน์ @englishnirin แล้วพิมพ์ว่า “สนใจคอร์ส 5,990” ทีมงานจะส่งรายละเอียดและวิธีสมัครให้
ดูรีวิวคะแนนจากน้อง ๆ · ดูรายละเอียดคอร์สอังกฤษ ม.ปลายทั้งหมด

